ShortFicKnB

[HaiFuri] Switch 03 end

posted on 05 Feb 2016 23:11 by akaki-kouga in ShortFicKnB directory Fiction

 

Title :  Switch 03 End

 

 

Pairing : Haizaki x Furihata

 

 

Rate : PG

 

 

 

 

 

“เฮ้! ไฮซากิจะรีบไปไหนน่ะ” ส่งเสียงเรียกเอาไว้ไม่ทันไรเจ้าตัวก็เดินออกไปซะแล้ว เสียงตะโกนของกัปตันทำให้คนอื่นๆต่างพากันส่ายหน้าเมื่อถูกหันมาถามต่อจากนั้น

 

“หมอนั่นคงไปหาแฟนล่ะมั้ง ช่วงนี้ก็ชอบเห็นออกไปบ่อยๆนี่”

 

“เห็นว่ามีความสุขที่ได้แกล้งอะไรแบบนั้นน่ะ”

 

“หา? หมอนั่นมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วเรอะ! ปกติก็เห็นควงผู้หญิงเดินว่อนไปทั่วแบบไม่ซ้ำหน้าเลยนี่หว่า แถมยังชอบแย่งแฟนชาวบ้านอีกต่างหาก” สิ่งที่พูดออกมานั้น ไม่ว่าใครในที่นี้ก็คงรู้ดี เพราะเจ้าตัวก็ไม่ได้คิดจะปิดบังหรือสนใจสายตาของใครอยู่แล้ว

 

“ก็มีแล้วล่ะมั้ง ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายเหมือนกันนะที่ได้หมอนั่นเป็นแฟนน่ะ” คนในทีมยังคงพูดต่อไป

 

“ไม่รู้สิ อาจจะโชคร้ายปนโชคดีก็ได้มั้ง”

 

“อะไรล่ะนั่น”

 

 

 

 

 

 

"อั่ก!"

 

เสียงร้องดังขึ้นเมื่อลูกบาสกลมๆสีส้มกระแทกเข้ามายังศีรษะเต็มๆก่อนที่มันจะเด้งไปอีกทางหนึ่งและตกลงพื้นจนเกิดเสียงดังตึง เด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลเบ้หน้า น้ำตาเล็ด ยกมือขึ้นกุมศีรษะด้วยความเจ็บปวด

 

"ใครมันแอบลอบทำร้ายฉันเนี่ย..."

 

ฟุริฮาตะหันไปมองด้านหลังซึ่งฟุคุดะกับคาวาฮาระพากันส่ายหน้ารัว คางาสิฝึกชู้ตลูกอยู่อีกด้านหนึ่ง ส่วนผู้เล่นเงาลวงตาที่ฟุริฮาตะพึ่งจะสังเกตเห็นแว๊บๆ ชี้นิ้วเรียวขาวนวลสุขภาพดีไปทางหนึ่งซึ่งเจ้าตัวก็ต้องมองตาม

 

"เอ๊ะ!!?" ฟุริฮาจะทำหน้าเหลอหลาทันทีที่เห็นใครบางคนปรากฏตัวขึ้นแถมยังเดินมาจากทางประตูโรงยิมอีกด้วย ว่าแล้วขาเล็กก็พาตัวเองก้าวถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ

 

"ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงน่ะ...." คิ้วสีเทาขมวดลง

 

"คุณมาที่นี่อีกแล้ว ไม่เบื่อบ้างหรือไงครับ"

 

"ไม่...มาที่นี่ออกจะสนุก..."

 

เพราะได้แกล้งใครบางคนสินะครับ...คุโรโกะต่อประโยคในใจให้

 

"เจ้าบ้านี่มาอีกแล้ว ไม่เบื่อบ้างหรือไงฟะ!" คางามิที่หันมาเห็นขมวดคิ้วใส่เจ้าคนว่างจัด มาได้ไม่เว้นแต่ล่ะวัน พอเลิกเรียนแล้วก็มาได้ตลอด ดูท่ามันคงว่างจัดนั่นแหละ

 

"แล้วนายมีปัญหาหรือไงห๊ะ" ไฮซากิหันไปทำหน้ากวนบาทาใส่

 

"มีเฟ้ย! ถ้าแกยังมายุ่งกับเพื่อนฉันแบบนี้อยู่น่ะ!!"

 

"หือ...แล้วไง?" ร่างสูงเลิกคิ้วอย่างเอาเรื่อง

 

"นี่อย่าทะเลาะกันเลยน่า" เด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลเอ่ยปากห้าม นอกจากจะมาได้ทุกวันแล้ว สองคนนี้ก็ยังชอบหาเรื่องทะเลาะกันได้ทุกวันอีกด้วย

 

"ยุ่งน่าเจ้าลูกเจี๊ยบ!!"

 

ไฮซากิหันไปขู่ใส่คนที่ยืนห้ามอยู่ข้างๆ ซึ่งเจ้าตัวก็ผงะไปนิดหน่อย เพราะอีกฝ่ายพูดเสียงดังมาก และนั่นก็เริ่มทำให้คนอื่นๆหันมามองตามกันหมดแล้ว

 

"อย่าไปยุ่งกับมันเลยฟุริ เจ้านี่มันหมาบ้าชัดๆ!!" คางามิจ้องตากลับแบบเอาเรื่อง

 

"จะเอาก็เข้ามาได้ทุกเมื่อ" เด็กหนุ่มเรือนผมสีเทาหรี่ตามองจ้องกลับเช่นเดียวกัน

 

"ฉันต่างหากที่ควรพูดแบบนั้น!!"

 

แล้วหมาบ้าสองตัวก็เริ่มซัดกันนัวเนียโดยไม่มีใครคิดจะเข้าไปห้ามซักคน ก็เพราะว่าเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นทุกวันจนไม่มีใครคิดจะสนใจแล้วน่ะสิ เลยปล่อยให้หมาบ้ากัดกันเองได้ทุกวัน

 

"...." แม้แต่คู่หูแสงเงาอย่างคุโรโกะเองก็ยังยืนมองเฉยๆเลย

 

"ฮ่าๆๆ เจ้าสองคนนั้นดูรักกันดีนะ" คิโยชิหัวเราะชอบใจ เขาว่ายิ่งทะเลาะกันคนเราจะยิ่งสนิทกันมากขึ้นนะ ก็ดูเหมือนว่าจะจริงอยู่บ้าง

 

"รักกันตรงไหนมิทราบฟะคิโยชิ! ฉันเห็นแมวสองตัวกัดกันอยู่ชัดๆ!!" กัปตันดันแว่นถอนหายใจ

 

"กัดกันแย่งตัวเมียสินะ" อิสึกิว่า ก่อนจะก้มลงจดมุขลงสมุดเขียนมุขคำพ้องเสียงเล่มที่187ของตัวเองอย่างขะมักเขม้น

 

ว่าแต่...แล้วเอ็งจดอะไรลงไปบ้างฟะ...

 

"แต่ฉันยังไม่เห็นตัวเมียที่ว่าเลยนะ" โคงาเนะมองตาม ซึ่งมิโตเบะก็ชี้ให้ดูอีกที

 

"ฉันหมายถึงชิวาว่าที่อยู่ตรงกลางน่ะฮะๆ"

 

"นั่นมันคนล่ะสายพันธุ์แล้วมั้ง"

 

"คงงั้นแหละ..."

 

.....ทำเป็นเรื่องเล่นๆไปได้นะครับ คุโรโกะเหลือบมองด้วยสายตาว่างเปล่า

 

"หยุดเลยนะพวกนาย!" ฟุริฮาตะพยายามห้ามแต่กลับไม่มีใครฟังเขาเลยเนี่ยสิ!! พอจะเข้าไปห้ามก็โดนดันออกนอกวงตลอดแบบนั้นมันหมายความว่าอยากจะสู้กันมากนักหรือไง? แต่จะปล่อยเอาไว้แบบนี้ก็ไม่ได้ ฟุริฮาตะเลยหลับตาปี๋แล้วกระโดดกอดเอวคางามิแทน

 

"ฉันบอกให้หยุดยังไงเล่า!!"

 

"... /... /..."

 

เอ๋....หยุดแล้วนี่นา...

 

พอเงยหน้ามองขึ้นมาก็เหมือนจะเห็นหน้าคนสองคนจ้องตัวเองอยู่ด้วยสายตาคนละอารมณ์ อีกคนหนึ่งทำท่าตกใจ ส่วนอีกคนทำหน้าเหมือนไปปวดท้องที่ไหนมาก็ไม่ทราบ

 

“เฮ้ย! ปล่อยเลยนะเฟ้ย!”

 

คนที่ฟุริฮาตะเห็นว่าทำหน้าเหมือนปวดท้องตอนแรกใช้มือยันหน้าคางามิออกไปเต็มๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาแกะแขนบอบบางที่กอดรัดเอวเอสทีมเซย์รินเป็นหมีโคอะล่าอยู่แบบนั้น

 

“ฉันไม่ได้เป็นคนทำซะหน่อย!” คางามิจ้องตากลับ ก่อนจะหันไปสบถรัวๆทางอื่นอยู่หลายที

 

ฟุริฮาตะถูกดึงมายืนข้างๆเด็กหนุ่มเรือนผมสีเทา ว่าแล้วมือใหญ่ก็ดึงแก้มขาวทันทีที่คนตัวเล็กกว่าถูกดึงมาอยู่ใกล้ตัวเอง ใบหน้าของเด็กหนุ่มตัวสูงกว่าก้มต่ำลงจนมองเห็นหน้าอีกฝ่ายได้ชัดๆ

 

“ช่างกล้ามากนะที่ไปกอดคนอื่นที่ไม่ใช่ฉันน่ะ!”

 

“โอ๊ย! เจ็บๆ ไม่ได้ตั้งใจซักหน่อย! พอแล้วฉันขอโทษ” ดึงแก้มจนพอใจแล้วถึงปล่อยออก ฟุริฮาตะมองตามด้วยสายตาคาดโทษนิดๆ คนๆนี้จะเว่อร์ไปถึงไหนกันนะ

 

“เหอะ! นายไม่น่าไปคบกับเจ้าหมอนี่เลยให้ตายสิฟุริ เลือกคบกับคนดีๆก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมต้องเป็นเจ้าหมาบ้านี่ด้วยก็ไม่รู้”

 

“หา? ว่าใครเป็นหมาบ้าฟะ! อยากจะหาเรื่องนักใช่มั้ย!” ไฮซากิทำท่าจะเดินเข้าไปหาคางามิแล้ว ถ้าไม่ถูกแรงดึงอันน้อยนิดห้ามเอาไว้ได้ก่อน

 

“อย่าทะเลาะกันเลยนะฉันขอร้องล่ะ”

 

“ครับๆ / ก็ได้....”

 

เหล่าปีสองต่างก็มองหมาบ้าที่ทั้งสองที่แยกเดินห่างกันไปคนล่ะทางแล้ว

 

“พวกนั้นมันเบื่อกันแล้วสินะ”

 

“ฉันว่าต้องเป็นเพราะตัวเมียแหงๆ”

 

“นี่ยังไม่เลิกเดากันอีกเหรอฟะ!”

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงฮัมเพลงอย่างคนอารมณ์ดียังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เด็กหนุ่มเรือนผมสีเทาหันไปมองตามด้วยรอยยิ้ม แต่ภายในใจก็ยังคงนึกสงสัยถึงเรื่องบางเรื่องที่ยังคิดไม่ตกอยู่ด้วยเหมือนกัน เรื่องที่ว่าก็คือทำไมฟุริฮาตะถึงยอมตกลงคบกับเขาได้ง่ายๆ

 

หรือจะเป็นเพราะเขาใช้วิธีข่มขู่? ก็ไม่น่าใช่...ไม่งั้นเจ้าตัวเล็กที่กำลังเดินอยู่ข้างเขาคงไม่ทำท่าทางเหมือนไม่ทุกข์ร้อนแบบนี้แน่นอน และก็คงจะกลัวจนหัวหดไม่กล้าขยับไปไหนแน่

 

หรือว่าเพราะเกรงใจ? ก็ยิ่งไม่น่าใช่เข้าไปใหญ่ ใครมันจะไปตกลงคบกับคนอื่นแถมคนๆนั้นยังเป็นผู้ชายเพราะว่าเกรงใจกันล่ะ แบบนี้คงได้ตอบตกลงคบกับทุกคนไปแล้วล่ะ

 

หรือเพราะว่าหมอนี่เสียตัวให้เขาแล้ว...อย่าพูดถึงเลยดีกว่า

 

มือใหญ่ถูกวางลงบนหัวของคนข้างๆแล้วขยี้เบาๆอย่างมันส์มือ ฟุริฮาตะหันมามองค้อนขวับในทันที

 

“จู่ๆเป็นอะไรอีกล่ะ?”

 

ไฮซากิยิ้มตอบ “ฉันแค่สงสัยว่าทำไมนายถึงยอมตอบตกลงคบกับฉันได้น่ะสิ”

 

“นี่คบกันมาจนจะสองเดือนแล้วยังไม่รู้อีกเหรอ?” คนฟังพยักหน้าตอบรับและยืนฟังเงียบๆอย่างตั้งใจ ใช่...ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นผ่านมาก็ผ่านมาได้สองเดือนแล้วจริงๆ เหตุการณ์ที่ว่าก็คือ เหตุการณ์ที่ไฮซากิสลับร่างกับตัวเองในอนาคต

 

“ก็เพราะว่า...เอ่อก็....” ดวงตาสีน้ำตาลกรอกตาล่อกแล่กอยู่พักหนึ่งเหมือนไม่อยากจะบอกสักเท่าไหร่

 

“อยากจะรู้จริงๆเหรอ?” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นถาม

 

“ใช่สิ”

 

“….ก็เพราะบังเอิญว่าฉันไปเห็นอะไรหลายๆด้านของนายเข้าน่ะ” คนฟังเริ่มทำหน้างง อะไรคือหลายๆด้านที่อีกฝ่ายว่ากัน แล้วไปเห็นตอนไหน?

 

“มัวกังวลอะไรน่ะ เห็นแบบนี้คนที่คิดมากน่าจะเป็นฉันมากกว่านะ ทั้งที่นายก็เคยคบผู้หญิงมาตั้งมากมายขนาดนั้นแท้ๆ แล้วยังคิดจะมาคบกับฉันอีกแบบนี้”

 

“ฉันไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก...ตอนนี้คนที่ฉันสนใจก็คือนายต่างหาก”

 

นิ้วชี้จิ้มลงบนหน้าผากมล เวลาเขาจะคุยกับอีกฝ่ายที่ไรก็ต้องก้มหน้าลงมามองตลอด เป็นผู้ชายที่ตัวเล็กกว่าที่คิด แถมยังตัวนิ่มอีกต่างหาก

 

“แต่ถึงนายจะเป็นคนแบบนี้ฉันก็ยังชอบนายนะ....อ๊ะ...เอ่อคือฉันพูดผิดน่ะ” ฟุริฮาตะที่พึ่งจะรู้ว่าพูดอะไรลงไปถึงได้รีบอุดปากตัวเองแต่ดูเหมือนจะไม่ทันแล้ว

 

“พูดผิดพูดใหม่ได้นะ เมื่อกี้พูดถูกแล้วต่างหาก” ไฮซากิยิ้มเจ้าเล่ห์ ใบหน้ายื่นเข้าไปหาอีกฝ่ายใกล้ๆจนถึงระยะประชิด สัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

 

“เดี๋ยว! จะทำอะไรน่ะ!”

 

“เงียบน่า…ตามที่สัญญากันไว้วันล่ะครั้งไง”

 

“หา? ตรงนี้เนี่ยนะ! อื้อ…”

 

ไม่ให้ได้พูดอะไรอีก เด็กหนุ่มร่างสูงกว่าก็ปิดปากคนตัวเล็กกว่าทันทีอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งดันตัวอีกฝ่ายให้เข้ามาใกล้ตน สัมผัสได้ถึงความร้อนผ่านชั้นเสื้อผ้าของอีกฝ่าย ฟุริฮาตะพยายามดิ้นขัดขืนด้วยความอึดอัดเล็กน้อย ลิ้นร้อนดุนดันเข้ามาในโพรงปากจนรู้สึกหน้าร้อนวาบ

 

“โคคิ กลับมาแล้วเหร— เฮ้ย!” โคจิตาค้างไปได้เพียงไม่กี่วิหลังจากเปิดประตูบ้านมาก็ต้องชักอาวุธลับออกมาปาใส่เจ้าตัวชอบฉวยอากาศทันควัน

 

ฟิ้ว!

 

ไฮซากิถอยหลังออกห่างจากร่างเล็กในทันทีที่รู้สึกตัว มีดบินพลาดเป้าไปปักบนกำแพงด้านหลังห่างออกไปนิดหนึ่ง หลังจากนั้นดวงตาคมกริบถึงหันไปส่งสายตาเจ้าเล่ห์ใส่

 

“ขอบคุณสำหรับอาหารนะครับ คุณพี่ชาย~” หลังจากก้มหัวให้แล้ว เจ้าตัวถึงรีบวิ่งห่างออกไปทันที

 

“ใครเป็นพี่ชายของแกกันฟะ! กลับบ้านของแกไปเลยนะเฟ้ย!!! เจ้าหมาหื่น!”

 

“……”

 

ฟุริฮาตะยิ้มแห้ง ไม่รู้ตัวเลยว่าเดินมาถึงบ้านตัวเองแล้ว และเหตุการณ์ยั่วโมโหพี่ชายเขาแบบนี้ก็เหมือนว่าจะเกิดขึ้นบ่อยๆอีกต่างหาก

 

ความสัมพันธ์ของพวกเขามันเริ่มมาจากอะไรกันแน่นะ...

 

 

 

 

The End