[AkaFuri] Ai No Kagi Ch.2.2

posted on 01 Mar 2016 20:01 by akaki-kouga in AkaFuri--Ai-no-Kagi directory Fiction

 

Ai No Kagi

 

 

Chapter 2.2 Afresh อีกครั้ง

 

 

 

 

 

“อ๊าก!! แลนด์มาร์คของฉัน!!”

 

เสียงร้องโวยวายดังขึ้นเมื่อดวงตาคู่คมจดจ้องมองกระดานตรงหน้าอย่างถี่ถ้วนเสร็จแล้ว นัยน์ตาของเขาเลื่อนขึ้นมองชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเล็กน้อย ริมฝีปากของอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มพราวแล้วในตอนนี้

 

“ช่วยไม่ได้นะครับ มันเป็นของผมแล้ว”

 

“นายนี่มัน! กะให้ฉันล้มละลายจริงๆใช่มั้ย!!” พูดด้วยความเดือดดาลแต่ในเมื่อตอนนี้มันทำอะไรไม่ได้แล้วจึงได้แต่โวยแทน

 

“เรื่องนี้ใครรู้จักใช้ ก็จะได้เปรียบเองครับ” เสียงหัวเราะหึในลำคออย่างดูถูกเหยียดหยามทำให้คางามิยิ่งทำอะไรไม่ถูกเข้าไปใหญ่

 

“หนอย! ฝากไว้ก่อนเถอะคุโรโกะ! ฟุริ...ตานายแล้วนะฟุริ มัวเหม่ออะไรน่ะ?”

 

“เอ๊ะ!? ตาฉันแล้วเหรอ?” คนถูกทักทำหน้าเหรอหรา เหงื่อไหล่พลั่กนิดๆเมื่อรู้สึกอึดอัดแปลกๆ แล้วยังโดนสองคนนี้จ้องหน้าเอาอีก ฟุริฮาตะหัวเราะแห้งแล้วเริ่มขยับมือเล่นเกมต่อไป แต่ในใจก็ยังคิดถึงเรื่องในตอนนั้นไม่เลิก

 

ตอนนี้เขาต้องไม่คิดเรื่องอะไรเลยสิ...ปล่อยให้มันผ่านไปนั่นแหละดีแล้วจริงไหม? แล้วทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง...

 

นั่นมันไม่จริงเลยสักนิดต่างหาก!!

 

ไม่คิดๆ ต้องไม่คิดอะไรทั้งนั้น...ไม่มีอะไรให้คิดอยู่แล้วนี่นาก็ในเมื่อคืนนั้นมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นและก็จำไม่ได้ด้วย

 

แต่ไอ้ที่ 'จำไม่ได้' เนี่ยแหละที่เป็นปัญหาใหญ่!!!

 

สายลมหอบใหญ่พัดเข้ามาจากทางหน้าต่างเปิดกว้างลมลมในตอนเช้า ดวงตาสีน้ำตาลมึนเบลอแปลกๆ มือเล็กยกขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ "รู้สึกหน้ามืดแบบอยากอ้วกยังไงก็ไม่รู้..." นี่คงเป็นอาการแห๊งจากการดื่มเหล้าที่เคยได้ยินอยู่บ่อยครั้ง

 

จะว่าไปแล้ว...ทำไมถึงกลับมาอยู่ในห้องนอนตัวเองได้ล่ะไม่เห็นเข้าใจเลยสักนิด?

 

ฟุริฮาตะรีบเดินไปหยิบชุดในตู้มาสวมทันควัน ก่อนจะหยิบชุดเก่าที่ตกเรี่ยราดอยู่บนพื้นไปใส่ตะกร้าแถวๆนั้น จากนั้นถึงมานั่งบนเตียงที่เดิมพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยถึงเรื่องที่นังไม่เข้าใจว่าตัวเองกลับมาได้ยังไง

 

แก๊ก! แอ๊ด...

 

"อ้าวโคจัง ตื่นแล้วเหรอลูก เป็นไงบ้างน่ะเรา" เสียงเปิดประตูมาพร้อมกับร่างของหญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลอ่อน เสียงทักอย่างร่าเริงทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยุ่ในห้องก่อนหน้านั้นสะดุ้งตื่นจากภวังค์

 

"อ...อะไรเหรอครับ?"

 

"ก็แม่ได้กลิ่นเหล้านี่นา เมื่อคืนคงกลับดึกล่ะสิ"

 

"เอ่อ...ก็...ใช่ครับ ว่าแต่ใครมาส่งผมเมื่อวานเหรอครับ?"

 

"ลูกก็กลับมาเองแล้วก็เข้านอนเลยไม่ใช่หรือไงน่ะ? แม่พึ่งจะกลับมาเมื่อเช้าเองนะ แล้วก็พึ่งจะมาหาลูกเนี่ย" ยังดีที่แม่เขาไม่เข้ามาเห็นในสภาพแบบนั้น

 

ว่าแต่...

 

แล้วใครมาส่งเขาเนี่ย? มันไม่มีทางที่จะกลับมาเองได้เลยในสภาพนั้นนี่นา แถมยังเข้ามาในบ้านเองได้อีก ถึงชุดที่ใส่จะยังเป็นชุดเมื่อวานก็เถอะ แต่ตื่นมาก็มีสภาพเป็นแบบนั้นไปแล้ว โอ๊ย! คิดแล้วเครียด!

 

หรือจะเป็นคนที่บริษัท?

 

"อยากกินอะไรหรือเปล่า? เดี๋ยวแม่ลงไปทำให้นะ"

 

"อะไรก็ได้ครับ"

 

หญิงสาวพูดจบก็ปิดประตูลงไปทันที แต่คนที่นั่งอยู่บนเตียงกลับรู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่าง แถมยังมึนหัวสุดๆอีกด้วย เพราะแบบนั้นเลยล้มตัวลงนอนต่อไปทั้งอย่างนั้นเอง ยังไงวันนี้ก็เป็นวันหยุดขึ้นปีใหม่คงไม่เป็นไร...

 

 

 

 

 

 

"คุโรโกะ..."

 

ดวงตาสีน้ำตาลสั่นระริกจ้องชายหนุ่มเรือนผมสีฟ้าสดใสตรงหน้า คุโรโกะกำลังนั่งอยู่บนโซฟาตัวกว้างในขณะที่ฟุริฮาตะนั่งอยู่ข้างๆ พวกเขาอยู่ในห้องนั่งเล่นของคอนโดที่คุโรโกะตัวซื้อเอาไว้อยู่เอง รวมถึงเป็นที่ทำงานไปด้วย และที่นี่ยังเป็นที่ๆฟุริฮาตะต้องมานอนค้างอยู่บ่อยครั้งหากงานไม่เสร็จ

 

"มีอะไรหรือเปล่าครับฟุริฮาตะคุง?" มือขาวนวลกำลังจดอะไรบางบนกระดาษ เสียงขีดเขียนดังขึ้นเป็นระยะ

 

ฟุริฮาตะมีทำท่าลังเล แล้วก็กรอกตาไปมาอยู่หลายรอบ เหงื่อไหลออกมาน้อยๆเมื่อเริ่มรู้สึกตึงเครียด มือสองข้างกำเข้าหากันแน่น

 

เพราะอีกฝ่ายเงียบไปนาน คุโรโกะถึงได้เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองชายหนุ่มอีกคนแทน

 

"ค...คือว่าฉัน...หลังจากกลับมาบ้านวันนั้นฉันก็...จำอะไรไม่ได้เลย แถมพอตื่นมาแล้วก็ยังอยู่ในสภาพดูไม่ได้อีก..."

 

"...ยังไงครับ? วันนั้นมีกินเลี้ยงนี่นา มีอะไรหรือเปล่าครับ?"

 

คุโรโกะวางปากกาและกระดาษลงบนโต๊ะเพื่อจะได้ตั้งใจฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูด

 

"คือว่า...พอตื่นมาอีกทีฉันก็อยู่ในสภาพล่อนจ้อนอยู่บนเตียงแล้วน่ะสิ!! แถมยังจำอะไรไม่ได้เลยด้วย! วันนั้นฉันเมาจนกลับบ้านเองไม่ได้ แล้วก็ไม่รู้ว่าใครมาส่งฉันกันแน่"

 

ฟุริฮาตะทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ พอเห็นแบบนั้นมือสองข้างของเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งถึงยกขึ้นมาจับไหล่แล้วเขย่าเบาๆอยู่หลายที

 

"ใครทำแบบนั้นกับคุณครับฟุริฮาตะคุง! เดี๋ยวผมจะไปช่วยจัดการให้คุณเองครับ!!" แววตาที่เคยอ่อนโยนมาตลอดเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันจริงจังมากจนน่ากลัวว่าคุโรโกะจะทำตามอย่างที่ตนพูดจริงๆ

 

"คุโรโกะ..." สายตาที่มองกลับไปมีต่ความซาบซึ้งใจในความเป็นห่วงเป็นใยนั้น

 

         

      

 

 

 

ใครจะไปกล้าบอกแบบนั้นกันเล่า!!!

 

นั่นเป็นแค่ความคิดส่วนหนึ่งในใจเท่านั้นแหละ!

 

ฟุริฮาตะ โคคิ ชายหนุ่มวัยทำงานอายุยี่สิบห้าปีเศษ ส่ายหัวไปมาอยู่หลายทีจนหัวแทบหลุดในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูลายลูกเจี๊ยบสีเหลืองน่ารัก ก่อนจะถูกสะกิดเข้าให้จนเกือบสะดุ้งตัวโยน

 

"เป็นอะไรหรือเปล่าครับฟุริฮาตะคุง...จู่ๆผมก็เห็นคุณเงียบไป"

 

ฟุริฮาตะหันไปมองชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีฟ้าอ่อนโยนและผมสีเดียวกัน แววตาของอีกฝ่ายไม่ว่าจะมองกี่ครั้งมันก็ยังคงอ่อนโยนไม่เปลี่ยน วันที่นัดคางามิมาเล่นเกมที่บ้านก็คิดมากไปทีแล้ว ครั้งนี้ก็ยังคงคิดมากเหมือนเดิม ไม่ไหวเลยจริงๆแฮะ...

 

"เอ้อ! ป...เปล่าๆ พอดีว่ากำลังคิดอะไรนิดหน่อยน่ะแฮะๆ"

 

ท่าทางลนๆของฟุริฮาตะยิ่งทำให้ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นหรี่ลงอย่างสงสัยนิดๆ แต่ก็ไม่คิดจะถามอะไรมากหากอีกฝ่ายไม่อยากจะพูดออกมาจริงๆ

 

"ฟุริฮาตะเซนเซย์! คุโรโกะเซนเซย์! อย่ามัวแต่คุยกันเองสิครับ สนใจพวกผมบ้าง" เสียงของเด็กชายคนหนึ่งทำให้ฟุริฮาตะก้มหน้าลงมองเล็กน้อย แม้ว่าตอนนี้พวกเขาสองคนจะนั่งอยู่บนพื้นก็ตาม

 

"นั่นสิคะ...หนูรู้อยู่แล้วนะว่าทั้งสองคนรักกันมาก แต่นี่ยังอยู่ในเวลางานนะคะ" เด็กหญิงตัวเล็กยิ้มแย้มน้อยๆด้วยความสดใส แต่คำพูดของเธอช่างแทงใจคนฟังอย่างฟุริฮาตะยิ่งนัก

 

นี่พวกเธอยังเป็นเด็กแน่หรือเปล่าเนี่ย…คำพูดพวกนั้นมันอะไร?

 

"เอ๊ะ!!? พ...พวกเธอ! ใครเป็นคนบอกแบบนั้นกันเล่า! พวกเราเป็นเพื่อนกันต่างหาก!!" คนพูดอายหน้าแดงเถือก

 

"ครูใหญ่ค่ะ / ครับ"

 

หา? ผู้อำนวยการเนี่ยนะ...พอได้ยินแบบนั้นแล้วก็ยิ่งไปไม่ถูกเข้าไปใหญ่

 

คุโรโกะขำน้อยๆ กับท่าทางลนลานแบบหาที่ไปไม่ถูกของฟุริฮาตะ

"คนเรา...เวลาที่รักใครชอบใคร ก็ต้องดูแลเขาในทุกๆเรื่องให้มีความสุขจริงมั้ยครับ? เพราะงั้นไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน... หากเจอสิ่งสำคัญแล้วก็ไม่ควรจะปล่อยไปนะครับ"

 

"เอ๋? แล้วถ้าคนๆนั้นมีคนที่ชอบอยู่แล้วล่ะคะ คุโรโกะเซนเซย์จะทำยังไง?"

 

เป็นคำถามที่ดูใสซื่อสมกับเป็นเด็กดีนะ ชายหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลเหลือบสายตามองคนข้างๆอยากจะฟังคำตอบเหล่านั้นเหมือนกัน

 

"ผมก็จะดูแลเขา และทำให้เขามีความสุขในทุกๆวันครับ...ไม่เกี่ยวหรอกว่าเขาจะมีคนที่ชอบแล้วหรือเปล่า"

 

"อย่างนี้นี่เอง" เด็กหญิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ ถึงจะไม่รู้ว่าเข้าใจมากแค่ไหนก็ตาม

 

"แล้วที่หนูไปชอบคนๆนึง ทั้งที่เขาก็มีคนชอบเยอะแยะอยู่แล้วก็คงไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ?"

 

"ถ้าไม่ทำให้คนๆนั้นดือดร้อน ก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ"

 

คุโรโกะระบายยิ้มอ่อนโยน ขนาดเรื่องแบบนี้ยังเอามาสอนได้อีก เชื่อเขาเลยว่าคุโรโกะสามารถรับมือกับเด็กๆได้ดีกว่าเขาจริงๆด้วย

 

ช่วงวันหยุดของทุกๆสัปดาห์ในวันเสาร์และในบางอาทิตย์ ฟุริฮาตะมักจะมาช่วยนักเขียนงานยุ่งอย่างคุโรโกะดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ ที่นี่เด็กๆทุกคนมีสถานที่แห่งนี้เป็นบ้านของตัวเอง อยู่ร่วมกันอย่างครอบครัว อยู่ร่วมกันอย่างพี่น้อง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คอยให้ความอบอุ่นกันและกันอยู่ตลอดเวลา และยังจ้างครูมาสอนเรื่องต่างๆอีกด้วย

 

ในทุกๆเดือนสถานที่แห่งนี้จะได้รับเงินบริจาคจากคนใจบุญต่างๆมามากมาย ซึ่งฟุริฮาตะก็ไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง เพราะส่วนมากเขาก็แค่มาช่วยงานในวันเสาร์ หรือวันอาทิตย์บ้างแล้วก็กลับพร้อมกับคุโรโกะมากกว่า แน่นอนว่าจันทร์ถึงศุกร์ยังต้องทำงานบริษัทเหมือนเดิม แต่ก็ยังโชคดีที่ว่า สถานที่แต่ล่ะแห่งนั้นอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ถึงไม่เป็นภาระต่อร่างกายเท่าไหร่

 

ถึงจะเห็นว่าต้องทำงานแบบนี้ แต่คุโรโกะก็ยังหาเวลาว่างมาที่นี่อยู่บ่อยๆ ไม่ใช่แค่วันเดียว แต่เป็นอาทิตย์ล่ะสามครั้งเห็นจะได้

 

ฟุริฮาตะเหม่อมองใครบางคนอยู่เงียบๆ

 

ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้นขึ้นมา อาการไม่สบายที่หลงเหลือจากการดื่มเหล้าก็หายไปหมดแล้วแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงเหลือความสงสัยไว้อยู่บ้าง ร่างกายก็กลับมาแข็งแรง เคลื่อนไหวได้กระฉับกระเฉงปกติดีทุกอย่าง

แต่ที่แย่ก็เพราะความวิตกกังวลที่หาสาเหตุมาอธิบายไม่ได้และยังบอกใครไม่ได้นั่นแหละที่ทำให้ฟุริฮาตะเครียดหนัก ที่เครียดหนักกว่าตอนทำงานก็เพราะว่าเรื่องแบบนี้มันไม่สามารถระบายให้ใครฟังได้น่ะสิ โดยเฉพาะกับคุโรโกะยิ่งแล้วใหญ่ เพราะงั้นเขาจะแกล้งทำเป็นลืมๆไปซะให้หมด

 

"คุโรโกะเซนเซย์ ฟุริฮาตะเซนเซย์ ช่วยออกไปดูให้หน่อยได้มั้ยว่าใครมาน่ะ พอดีว่าตอนนี้ทุกคนไม่ว่างเลยน่ะสิ" แม่บ้านคนหนึ่งเดินมาบอกแบบนั้นเมื่อเดินผ่านห้องที่คุโรโกะและฟุริฮาตะช่วยกันดูแลอยู่

 

"ได้ครับ....เดี๋ยวผมไปดูให้ ฟุริฮาตะคุงด้วยดูเด็กๆให้หน่อยนะครับ"

 

"เอ่อ...ได้--"

 

ยังไม่ทันตกปากรับคำจบ เสียงเด็กทะเลาะกันก็ตั้งเข้าหูให้ได้ยินเสียแล้ว

 

"นี่ของเล่นของผมนะเอาคืนมา!"

 

"เรื่องสิ ไอ้นี่มันเป็นของฉัน!!"

 

"น...นี่ทั้งสองคน อย่าทะเลาะกันแบบนั้นสิ"

 

"อย่ามายุ่งน่า!" โดนมองกลับมาด้วยสายตาก้าวร้าวแถมยังกระแทกเสียงใส่ จนคนเข้าไปห้ามอย่างฟุริฮาตะเกือบหงอยเพราะโดนเด็กตะหวาดใส่

 

"เอาของๆผมคืนมา!"

 

".....ฟุริฮาตะคุง...ช่วยออกไปดูแทนผมหน่อยก็แล้วกันนะครับ"

 

เนื่องจากเห็นว่าฟุริฮาตะไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ได้ คุโรโกะจึงเลือกกลับมาดูแลเด็กๆแทน

 

เป็นการสลับตำแหน่งที่ดูจะเหมาะสมแล้วล่ะ ฟุริฮาตะคิดในใจ จริงๆแล้ว การมาดูแลเด็กก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเท่าไหร่นัก แม้ว่าจะทำมานานแล้วก็ยังปรับตัวไม่ได้สักที ฟุริฮาตะถอนหายใจ น้ำตาคงตกในไปแล้วแต่ไม่มีใครเห็น

 

โดนเด็กจ้องมาด้วยสายตาดุแล้วดันสะดุ้งตกใจแบบนั้น คงจะมีใครอยากเชื่อถือผู้ใหญ่แบบเขาหรอก...

 

เพราะงั้นถึงตัดใจแบบเงียบๆ แล้วถึงสาวเท้าเดินออกมาจากห้องโดยมีสายตาอ่อนโยนมองส่งอีกทีหนึ่ง

เดินออกมาไม่นานฟุริฮาตะก็เดินมาถึงห้องรับแขกซะที เวลามีคนมาเยื่ยมเยือนสถานที่แห่งนี้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม จะต้องมาที่ห้องนี้ก่อนอยู่แล้วว่าจะมาติดต่อทำธุระอะไรกันแน่

 

ฟุริฮาตะดันประตูกระจกเข้าไปในห้องรับแขก แต่คนที่คิดว่าน่าจะนั่งอยู่ที่นี่กลับไม่มีให้เห็น พอเป็นแบบนั้นแล้วฟุริฮาตะถึงได้หันไปถามคุณเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในบริเวณนั้นแทน

 

เธอเผยยิ้มบางเมื่อฟุริฮาตะเดินเข้าไปหา แล้วชี้ออกไปทางด้านนอกอย่างรู้หน้าที่

 

"คงออกไปรออยู่ทางสวนดอกไม้ด้านหลังน่ะค่ะ เขาเป็นผู้บริจาคที่มักจะส่งคนมาบริจาคเงินที่นี่ทุกเดือน"

 

ผู้บริจาครายเดือน? แสดงว่าต้องรวยมากแหงแซะ ไม่งั้นไม่มีทางหาเงินมาลงที่นี่ได้ทุกเดือนหรอก แต่เพราะแบบนั้นคงต้องขอบคุณกับความใจดีของคนๆนั้นแล้วล่ะนะที่ทำให้เด็กๆมีที่อยู่และมีที่เรียนแบบนี้

 

"เขาคงมาที่นี่นานๆครั้งน่ะค่ะ ก็เลยออกไปสำรวจความเป็นอยู่ของเด็กๆที่นี่บริเวณรอบๆแล้ว"

 

"อ่อครับ...ขอบคุณมากครับ" ฟุริฮาตะโค้งให้หนึ่งทีในเมื่อเป็นคนที่เคยเห็นหน้าเห็นตากันบ่อยๆ ก็คงจะรู้ว่าเขามีหน้าที่หลายๆอย่างที่นี่

 

ทั้งดูแลเด็กๆ คอยดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำหร้าซึ่งพวกเขาเรียกว่าเป็นโรงเรียนนี่ในช่วงที่ผู้อำนวยการไม่อยู่ บางทีฟุริฮาตะก็ไปช่วยปลูกต้นไม้ รดน้ำให้มันบ้าง และทุกวันเสาร์ก็จะเป็นเวรของเขาเอง...พอได้ปลูกต้นไม้แล้วก็รู้สึกว่าใจมักจะสงบจากความเครียดในทุกสัปดาห์ได้มากขึ้น

 

ผู้บริจาคที่ส่งเงินมาได้ทุกเดือนงั้นเหรอ...ดีเลย อยากจะเห็นหน้าพอดีเหมือนกัน ในเมื่อครั้งนี้เจ้าตัวเป็นคนมาเองคนเดียวซะด้วย ในเมื่อบอกว่าปกติส่งคนมา แสดงว่าครั้งนี้คงจะมาเองแน่นอน

 

ฟุริฮาตะเดินอ้อมไปด้านหลัง ซึ่งที่แห่งนี้มักจะทำไว้เป็นสวนกว้างใหญ่ให้เด็กๆมาวิ่งเล่น และสอนให้รู้จักรักธรรมชาติโดยการให้ดูแลต้นไม้ ดอกไม้

 

ดวงตาสีน้ำตาลกวาดมองไปรอบๆเมื่อไม่เห็นแขกคนที่ว่าเลยสักนิด หน้าตาเป็นยังไงเขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ แต่เดี๋ยวก็คงหาเจอเองเพราะถ้าเป็นคนนอก เห็นครั้งเดียวก็ต้องรู้แล้ว

 

ฟุบ!

 

"เหวอ!" เพราะมัวแต่มองหาคน คนซุ่มซ่านถึงได้สะดุดอะไรบางอย่างแถวๆนั้นจนล้มลงเกือบหน้าทิ่ม ยังดีที่ว่ายกมือดันพื้นเอาไว้ได้ทันเลยยังไม่ถึงขึ้นบาดเจ็บ

"ใครดันมาทิ้งสายยางเอาไว้ตรงนี้เนี่ย...หรือจะเป็นพวกเด็กๆเล่นซนอีก..." บ่นไแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ล้มก้นจ้ำเบ้าเจ็บตัวอีกตามเคย

 

"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?"

 

เสียงๆหนึ่งเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในระยะใกล้ ก่อนจะยื่นมือหนึ่งมาให้จับ

 

"ไม่เป็นไรมากหรอกครับ ขอบคุณมาก" ฟุริฮาตะจับมือนั้น ก่อนแรงดึงจะทำให้เขายืนขึ้นมาดีๆได้ จากนั้นจึงปัดฝุ่นตามตัวออกเล็กน้อย

 

"ต้องขอโทษที่ทำให้เห็นในสภาพแย่ๆนะครั--"

 

"ไม่หรอกครับ"

 

เสียงช่วงหนึ่งขาดหายไปเมื่อฟุริฮาตะได้มองเห็นหน้าชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยเหลือเขาอย่างชัดเจน

 

เป็นใบหน้าที่ฟุริฮาตะไม่มีทางลืมมันไปได้ง่ายๆแม้ว่าจะผ่านมาหลายสิบปีแล้วก็ตาม...ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างเมื่อได้เห็นเต็มสายตา

 

""...อาคา...ชิ......." น้ำเสียงที่ถูกเปล่งออกไปจากลำคอช่างเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน ดวงตาสีน้ำตาลสั่นระริก

 

ดวงตาสีแดงคู่นั้น...

 

ที่ไม่อาจลืมไปได้ง่ายๆ

 

และไม่เคยลืมได้เลย

 

"โคคิ...."

 

 

 

 

 

TBC......

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet