[HaiFuri] Switch 01

posted on 18 Jan 2016 20:03 by akaki-kouga in ShortFicKnB directory Fiction

 

 

Title : Switch 01

 

 

Pairing : Haizaki x Furihata

 

 

Rate : PG , R-18

 

 

 

 

 

 

 

“เอ่อคือว่า...”

 

“หืม? มีอะไร?”

 

“ช่วยถอยไปห่างๆหน่อยจะได้มั้ยครับ”

 

“แล้วทำไมฉันต้องทำตามที่นายบอกด้วยล่ะ” คนพูดแสยะยิ้มชั่วร้ายจนคนมองเสียววันหลังแปลกๆ

 

ฟุริฮาตะได้แต่ยืนตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของใครบางคน เรือนผมสีเทานุ่มนิ่มคลอเคลียอยู่ใกล้ๆลำคอทำให้รู้สึกจักจี้หน่อยๆ พอหันไปมองอีกฝ่ายก็เห็นดวงตาคมจ้องมองกลับมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

 

“แต่ผมว่าคุณควรจะปล่อยฟุริฮาตะคุงก่อนนะครับ ในเมื่อตอนนี้พวกเรากำลังฝึกซ้อมกันอยู่ เพราะงั้นคุณก็ควรจะไปรอเงียบๆทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่หน่อยนะครับไฮซากิคุง”

 

คุโรโกะเป็นคนเสนอทางเลือกที่ไม่อาจเลือกได้นอกจากควรจะทำตามอย่างที่ว่า ไฮซากิ โชโงะจิ๊ปากเล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งง่ายๆ แต่สายตาก็ยังไม่ละออกไปจากฟุริฮาตะเลยสักนิด

 

“ท...ทำยังไงดีล่ะคุโรโกะ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้”

 

ฟุริฮาตะแอบไปกระซิบกับเด็กหนุ่มผมฟ้าเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

 

“จะทำยังไงได้ล่ะในเมื่อมันเป็นไปแล้วก็คงต้องรอให้กลับเป็นเหมือนเดิมเอง”

 

ฮิวงะบอกแบบนั้น ดูเหมือนว่าใจจะสงบลงไปได้บ้าง แต่ตอนนี้ฟุริฮาตะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้สงบลงได้เลยซักนิด ก็เพราะว่าเป้าหมายของอีกฝ่ายมันเป็นเขาน่ะสิ!

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อสามสิบนาทีก่อน…

 

เซย์รินมีนัดฝึกซ้อมร่วมกับทีมฟุคุดะ โชโก ตอนแรกก็ไม่มีอะไรนอกจากไฮซากิที่ทำตัวไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ มาถึงก็เหมือนอยากจะหาเรื่องชาวบ้านท่าเดียว โดยเฉพาะคางามิที่เคยมีเรื่องบาดหมางกับไฮซากิมาก่อน

 

ฟุริฮาตาะยืนมองเงียบๆ บางทีก็เข้าไปห้ามคางามิบ้างเช่นเดียวกับคุโรโกะ คงเพราะเซย์รินมีหนึ่งในทีมปาฏิหาริย์ที่พอจะรู้จักไฮซากิอยู่บ้างถึงได้ยังอยู่ซ้อมกันโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น และสมาชิกของทีมฟุคุดะก็เป็นมิตรกับพวกเขาดี ที่ทำตัวไม่ค่อยเข้ากับคนอื่นเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะมีแค่ไฮซากิคนเดียว

 

ช่วงพักหนึ่งในตอนที่กำลังซ้อมกันปกติ จู่ๆเสียงเหมือนระเบิดลงก็มาพร้อมกับไอสีขาวที่ตีแผ่กระจายไปรอบๆโรงยิม ต้นกำเนิดที่ทุกคนเห็นมาจากคนที่ยืนอยู่ไกลที่สุดในบริเวณนั้นห่างจากจุดที่ทุกๆคนอยู่

 

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อจู่ๆก็มีควันลอยคลุ้งเต็มไปหมดจนมองอะไรแทบไม่เห็นทำให้ทุกคนในโรงยิมต่างแตกตื่นกันยกใหญ่ และฟุริฮาตะเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

ได้ยินเสียงกัปตันทีมฟุคุดะถามว่าไฮซากิเป็นอะไรมั้ย ซึ่งบริเวณนั้นน่าจะเคยมีร่างสูงของไฮซากิยืนอยู่ก่อนหน้านั้น และจากนั้นไม่นานที่ควันสีขาวหายไป ทุกคนที่ได้เห็นเงาบางอย่างปรากฏตัวขึ้นก็ต้องตาค้างกันในวินาทีนั้นเอง

 

“นั่นใครฟะนั่น!” ฮิวงะดันแว่น

 

“เฮ้ย! ไฮซากิ เป็นอะไรรึเปล่า!” กัปตันทีมฟุคุดะ โชโกรีบเข้าไปดูที่เกิดเหตุทันทีทันใด

 

“หา? มาเรียกชื่อห้วนๆแบบนั้นได้ไงฟะ! หือ.....”

 

จากเสียงใหญ่สะท้อนก้องกลับเงียบไปซะเฉยๆ เจ้าตัวมองไปรอบๆโรงยิมกว้างใหญ่ราวกับกำลังวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่

 

สิ่งที่ทุกคนเห็นคือมีชายหนุ่มอายุราวยี่สิบห้ายืนอยู่ตรงนั้นในชุดไปรเวทดูดี สูงกว่าไฮซากิขึ้นมาอีกจม เค้าโครงหน้าดูเป็นผู้ใหญ่ เช่นเดียวกับทรงผมที่กระเซิงไปเล็กน้อย ดวงตาสีเทาคมเข้มนั้นมองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดสายตาลงที่ฟุริฮาตะ โคคิ คนถูกมองสะดุ้งตกใจ แต่ยังไม่ทันจะขยับไปไหน ร่างของชายหนุ่มเรือนผมสีเทาคนนั้นก็พุ่งเข้าไปหาฟุริฮาตะทันทีและยกร่างอีกฝ่ายขึ้นมากอดแนบอก

 

“นึกว่าหายไปไหนซะอีก อยู่นี่เอง” สีหน้าของชายหนุ่มดูมีความสุข ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มบางๆข้างมุมปาก ก่อนจะกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นไปอีก

 

“เอ๊ะ! ด...เดี๋ยวก่อนครับ...ปล่อยผมลงก่อนได้มั้ย!!”

 

ฟุริฮาตะดิ้นขลุกขลั่กอยู่ในอ้อมแขนใครก็ไม่รู้ที่จู่ๆก็มาอุ้มเขาหน้าตาเฉย

 

“เฮ้ย! นายเป็นใครน่ะ! ปล่อยฟุริลงนะเฟ้ย!”

 

“หือ? ฉันเป็นใครน่ะเหรอ แค่นี้ก็ดูไม่ออกหรือไงหา?” ดวงตาเรียวคมหันไปจ้องมองอีกฝ่าย ด้วยความที่ตัวสูงกว่าทำให้คนๆนี้ดูเหนือกว่ามาก

 

“ล...แล้วเป็นใครล่ะ...”

 

“ไฮซากิคุงใช่มั้ยครับ?” คุโรโกะเดินเข้ามาตอบคำถามให้กับคู่หูตัวเอง อีกฝ่ายเค้นยิ้มขึ้นมาเมื่อดูเหมือนว่าคำตอบที่ไม่ว่าใครก็สงสัยดูเหมือนจะถูกตอบออกมาง่ายๆ

 

“เห...ฉลาดดีนี่ สมเป็นเท็ตสึยะ”

 

“ว่าแต่ตอนนี้ปีอะไรเนี่ย อืม....” คิดอยู่พักหนึ่งก็ดูเหมือนว่าจะรู้คำตอบได้ด้วยตัวเอง “ตัวฉันในตอนนี้คงน่าจะอายุสิบสี่ สิบห้าล่ะสินะ งั้นก็คงซักสิบปีก่อน” คำพูดประโยคนี้เหมือนกำลังพูดอยู่กับตัวเองมากกว่า แต่แน่นอนว่าคนที่ยืนอยู่ในบริเวณนั้นได้ยินกันหมด

 

“สิบปีก่อนสินะครับ...ถ้างั้นคุณก็คงเป็นไฮซากิคุงในอนาคตอีกสิบปีข้างหน้า”

 

“หา!!?”

 

คางามิร้องออกมาเสียงดังเช่นเดียวกับคนอื่นๆที่เงี่ยหูฟังตาม ฟุริฮาตะแทบช็อคทั้งที่ยังอยู่ในอ้อมแขนของใครบางวคนแบบไม่มีท่าทีจะปล่อย

 

งั้นคนๆนี้ก็คือไฮซากิตอนโตน่ะสิ!!

 

“จริงดิ...” คางามิพูดเหมือนไม่เชื่อ แต่ร่างสูงกลับพยักหน้ารับง่ายๆ “ล...แล้วนายจะกลับไปเมื่อไหร่ล่ะ ทำไมมันถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ฟะ แล้วนายมาที่นี่ได้ยังไง?” เรื่องมันชักจะแปลกเข้าไปไกลแล้วนะ ถ้าแบบนี้ก็แสดงว่าไฮซากิในอนาคตกับอดีตสลับร่างกันอ่ะสิ

 

“ฉันไม่รู้ว่ามาได้ยังไง แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะกลับไปได้เมื่อไหร่ เพราะงั้นคงต้องหาที่พักดีๆก่อน” ชายหนุ่มพูดจบก็ก้มลงมามองหน้าฟุริฮาตะที่พึ่งจะได้สติ

 

“ย...อย่าบอกนะว่า...” ฟุริฮาตะพูดเสียงสั่น ไม่อยากจะคิด และไม่อยากจะให้เป็นอย่างที่คิดเลยสักนิด จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นมา แล้วก็เข้ามาอุ้มเขาหน้าตาเฉยๆ สุดท้ายแล้วยัง

 

“เฮ้ย! นายก็ไปนอนบ้านตัวเองสิฟะ”

 

“เรื่องดิ...ขืนแม่เห็นล่ะคงช็อคตาย” ไฮซากิตอบเสียงเรียบ

 

“…..” คงจริงอย่างที่ว่า ทำพูดง่ายๆทำให้คางามิเถียงไม่ออก

 

“เพราะฉะนั้นคงต้องไปอยู่ที่บ้านนายสักพักแล้วล่ะนะฟุริฮาตะ” ชายหนุ่มร่างสูงก้มมองยิ้มกริ่ม

 

“เอ๊ะ!?” และสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นก็ดันเกิดขึ้นจนได้ ตกลงว่านี่มันเกิดอะไรขึ่นกันแน่เนี่ย!!

 

จากเรื่องเล่าที่คุโรโกะไปสอบถามมาจากไฮซากิวัยผู้ใหญ่ ทั้งหมดมีอยู่ว่า

 

ไฮซากิที่พวกเราเห็นอยู่ตอนนี้มาจากอนาคตในอีกสิบปีข้างหน้า บ้านพักอาศัยที่คิดจะอยู่ค้างคือบ้านของฟุริฮาตะเพราะเจ้าตัวให้เหตุผลว่าฟุริฮาตะเป็นแฟนของเจ้าตัวนั่นเอง ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้คนฟังช็อคเข้าไปอีก เพราะดูจากความสัมพันธ์ปัจจุบันระหว่างฟุริฮาตะและไฮซากิแล้ว ดูมันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำ เพราะปกติก็ไม่เคยคุยกันเลยสักนิด แล้วมันจะไปเป็นแฟนกันได้ยังไง? ขนาดว่าเป็นเพื่อนก็ยังไม่ใช่ แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้ไฮซากิไม่ยอมบอกต่อ

 

เพราะงั้นเหตุผลที่ไฮซากิพุ่งเข้าหาฟุริฮาตะในครั้งแรกที่เจอกันก็คงจะมาจากเหตุผลนั้นนั่นเอง และดูเหมือนว่าไฮซากิจะติดฟุริฮาตะมากซะด้วย เรื่องนิสัยเอาแต่ใจยังคงไม่เปลี่ยนไปจากสมัยก่อน แต่แน่นอนว่าคนขี้กลัวอย่างเขาคงรับมือกับคนประเภทนี้ได้หรอก

 

ตอนนี้ไฮซากิไปนั่งรอเงียบๆแล้ว แต่สายตาคมก็ยังคงจ้องมองมาไม่เลิก ฟุริฮาตะเสียวสันหลังนิดๆ เมื่อรู้สึกไม่คุ้นเคยกับสายตาแบบนั้นที่กำลังจ้องมองมามากนัก

 

และมันก็เป็นแบบนี้ไปจนเลิกซ้อม…

 

“ผมคิดว่าน่าจะเป็นแบบนี้ไปซักพัก ถ้ายังไงฟุริฮาตะคุงช่วยอยู่กับเขาแบบนี้ไปก่อนนะครับ ผมคิดว่าคงไม่มีอะไรมาก”

 

เด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลเดินออกมาจากโรงยิม และทางตรงหน้าก็ปรากฏให้เห็นร่างสูงเรือนผมสีเทาที่มายืนรออยู่ก่อนแล้ว ไฮซากิแย่งกระเป๋าฟุริฮาตะไปถือ ส่วนอีกมือหนึ่งเลื่อนมาดึงมือฟุริฮาตะไปกุมไว้หลวมๆ

 

“ชักช้านะ เห็นมั้ยว่ามันมืดค่ำแล้ว”

 

“……”

 

พอเป็นแบบนี้แล้วทำตัวไม่ถูกเลย อีกฝ่ายทำอย่างกับเขาเป็นคนรักของตัวเองอย่างนั้นแหละ ฟุริฮาตะไม่รู้นิสัยของไฮซากิมากนัก แต่ถ้าจะให้ตีตัวออกห่างก็ดูแปลกๆแถมมันยังดูเสียมารยาทกับอีกฝ่ายด้วย ถ้าเกิดว่าเขาคิดจะสลัดมือออกตอนนี้ก็ไม่กล้าทำหรอก ถึงได้แต่คิดอย่างเดียว

 

แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้คือความอบอุ่นที่ได้รับมา ไม่ใช่ความรู้สึกรังเกียจหรือเป็นอย่างอื่น

 

แล้วยังคำพูดที่ดูเป็นห่วงแบบนั้นอีก

 

ตั้งแต่ช่วงพักคุโรโกะก็เล่าเรื่องของไฮซากิให้ฟุริฮาตะฟังคร่าวๆว่าเจ้าตัวมักจะมีนิสัยเป็นนักเลงและก็ชอบไประรานคนอื่นเขาไปทั่ว บางทีก็ชอบไปยุ่งกับผู้หญิงที่มีแฟนแล้ว มีแต่เรื่องเสียๆของไฮซากิที่ฟุริฮาตะได้ยินมา

 

“ถึงแล้ว ยังเหมือนเดิมเลยนะที่นี่น่ะ” ร่างสูงใหญ่ว่าแบบนั้นโดยที่ลากคนตัวเล็กกว่าให้เดินเข้าไปด้วยกัน

 

ในเมื่อไฮซากิรู้จักบ้านของเขาด้วยแบบนี้ก็คงเพราะเป็นแฟนกันนั่นเอง ฟุริฮาตะไขประตูเข้าบ้านเงียบๆ ตั้งแต่เดินกลับมากันสองคนก็ดูเหมือนว่าจะมีแค่ไฮซากิที่พูดอยู่คนเดียว โดยที่ฟุริฮาตะก็ไม่ได้ปริปากพูดนอกจากยิ้มตอบกลับไปให้เป็นพักๆ

 

“ฉันตอนนี้คงยังไม่ได้พูดกับนายสินะ เฮ้อ...เหลวแหลกชะมัด แทนที่จะกล้าๆหน่อย”

 

หมายความว่าไงล่ะนั่น...

 

กระเป๋านักเรียนถูกวางลงข้างเตียง หลังจากนั้นคนที่กำลังยืนทำหน้างงอยู่ถึงได้ถูกร่างสูงผลักเบาๆ ด้วยความที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้ฟุริฮาตะเซถลาลงไปบนเตียงกว้าง เมื่อรู้สึกตัวอีกทีร่างกายก็ถูกร่างใหญ่ตรงหน้าทาบทับเอาไว้จนดิ้นหนีไม่ได้เสียแล้ว

 

“ด...เดี๋ยว! ไฮซากิซัง!!”

 

“เรียกไฮซากิสิฟะ! หรือจะเรียกโชโงะก็ได้ อย่ามาเรียกแบบนี้ให้ฉันได้ยินอีกนะ”

 

“ปล่อยก่อน! นายจะทำอะไรน่ะ!” มือเล็กดันหน้าอีกฝ่ายออก ด้วยความที่คนด้านบนเริ่มรำคาญถึงได้รวบมือทั้งสองข้างของคนตัวเล็กกว่าเอาไว้

 

“อยู่นิ่งๆเหอะน่า ตอนนี้ฉันเหนื่อยจะแย่...”

 

หา? ไปเหนื่อยที่ไหนมาล่ะนั่น!

 

“อ๊ะ!” ลิ้นร้อนเลียลำคอขาวไล้ขึ้นไปบนใบหูเล็กทำให้รู้สึกเสียววาบและรู้สึกร้อนแปลกๆ ฟุริฮาตะยังคงดิ้นอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ของคนด้านบนแต่มันกลับไม่ขยับเลยสักนิด ไฮซากินั่งทับตัวฟุริฮาตะจนดิ้นหนีไปไหนไม่ได้

 

มือหยาบปลดเข็มขัดออก ก่อนจะดึงกางเกงของร่างข้างใต้ลง

 

“ย...อย่านะไฮซากิ! อื้อ!” ริมฝีปากเล็กถูกไล่จูบอย่างนุ่มนวลและรุนแรงสลับกันไป ลิ้นร้อนถูกดุนดันเข้ามาในโพรงปาก ฟุริฮาตะหอบหายใจน้อยๆ ท่อนล่างรู้สึกได้ถึงมือร้อนที่กำลังกอบกุมส่วนล่างของเขาเอาไว้และขยับอยู่หลายครั้งตามอารมณ์ของคนด้านบน ผ่านไปเพียงไม่นาน คนที่ไม่เคยมาก่อนก็ถูกปลดปล่อยออกมาง่ายๆ

 

เด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลหอบตัวโยน รู้สึกเหนื่อยเหมือนไปวิ่งมาราธอนมาไม่มีผิด

 

“อือ...”

 

ได้ยินเสียงน้ำลายเฉอะแฉะดังขึ้นไม่มีหยุด ความที่อีกฝ่ายมีประสบการณ์มากกว่าทำให้ฟุริฮาตะไปไม่ถูก ถึงจะดิ้นหนีให้ตายยังไงก็รู้สึกตัวว่าไม่อาจหนีออกไปจากสถานการณ์นี้ได้ ใบหน้าขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ ริมฝีปากหอบหายใจออกมาน้อยๆ ดวงตาพร่าเบลอ รู้สึกว่ากำลังอยู่ในอารมณ์สับสน

 

ไฮซากิย่อตัวก้มลงดูดเม้มไปตามลำคอขาวและจบลงที่จูบบนลงหน้าท้องแบนราบ หลังจากนั้นถึงกระซิบเสียงพร่าที่ใบหูอีกฝ่าย เมื่อได้ยินดังนั้นคนตัวเล็กกว่าตัวแข็งทื่อในทันที สีหน้าที่แดงเรื่ออยู่แล้วยิ่งแดงเข้าไปอีก

 

“อะไรกัน ยังไม่เคยมาก่อนสินะ” ร่างสูงเอ่ยพลางเลียริมฝีปาก ดวงตาคมจ้องมองลูกนกด้านล่างด้วยความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุด

 

ทั้งใบหน้าเย้ายวน ทั้งน้ำเสียงน่ารักชวนให้หลง

 

สองนิ้วถูกดันเข้าไปในช่องทางคับแคบ ฟุริฮาตะเกร็งตัวไปโดยอัตโนมัติ “อ๊ะ! อื้อ....อึก!”

 

ริมฝีปากถูกปิดลงอีกครั้งทำให้เสียงที่เล็ดลอดออกมาแทบจะไม่ได้ยิน สองนิ้วยังคงวนอยู่ในส่วนลึกด้วยความต้องการอย่างเชื่องช้าและความชำนาญ ต่อด้วยนิ้วที่สามที่ได้คลืบคลานตามเข้าไป เด็กหนุ่มใต้ร่างบิดตัวด้วยความรู้สึกแปลกๆ ดวงตาเบิกโตขึ้นสบประสานเข้ากับดวงตาสีเทาคมน่าหลงใหล

 

“ฮ....ไฮซา...กิ...”

 

“เรียกชื่อฉันอีกสิ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นตรงหน้า ชายหนุ่มเรือนผมสีเทายิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะประกบริมฝีปากลงไปอีกครั้งหนึ่ง

 

นิ้วทั้งสามถูกถอนออก ฟุริฮาตะรู้สึกตัวเบาหวิวเมื่อสิ่งแปลกปลอมถูกถอนออกไป แต่เขาก็ต้องตกใจเมื่อมีสิ่งที่ใหญ่โตและร้อนกว่านั้นจ่อเข้ามาที่ช่องทางด้านหลัง

 

“อ๊ะ!!”

 

“ไม่ต้องเกรงนะเด็กดีของฉัน”

 

เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาแบบนั้น ก่อนที่ส่วนที่ถูกจ่อเอาไว้จะถูกดันเข้าไปช้าๆเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเจ็บตัวมากเกินไป ฟุริฮาตะจิกเล็บลงบนเสื้อผ้าเนื้อดีหลังจากแขนทั้งสองข้างถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ความใหญ่โตและร้อนแรงกำลังถูกดันเข้ามาด้านใน ความรู้สึกแปลกๆถาโถมเข้ามาอีกครั้ง ดวงตาสีน้ำตาลหลับพริ้มช่ำไปด้วยน้ำตาของเขาเอง

 

แทนที่จะรู้สึกทรมาน...แทนที่จะรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงที่ถูกทำอะไรแบบนี้...

 

แต่ร่างกายกลับไม่ยอมทำตามคำสั่ง

 

ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแท้ๆนอกจากได้แต่คอยเฝ้ามองอยู่ห่างๆอย่างทุกที

 

“อึก! อื้อ…” ร่างทั้งร่างกำลังสั่นคลอนตามจังหวะการเร่งของคนด้านบน ฟุริฮาตะไหวตัวเยือก ร่างทั้งร่างกำลังถูกใครอีกคนกอดเอาไว้แนบอก ส่วนนั้นของอีกฝ่ายกำลังถูกดันเข้ามาอย่างเป็นจังหวะ ได้ยินเสียงหอบหายใจดังขึ้นมาใกล้ๆหู น้ำเสียงที่ดูจะต่างไปจากเดิม ไหล่กว้างใหญ่ที่กำลังถูกเล็บของเขาจิกเอาไว้เพื่อระบายความรู้สึกที่ได้รับมา ความเจ็บปวดได้รับมาพร้อมกับความรู้สึกแปลกประหลาด

 

“อ...อ๊า...” เสียงครางดังขึ้นมาเป็นระยะจนต้องกัดริมฝีปากกลั้นเสียงน่าอับอายเอาไว้ มือใหญ่สองข้างรวบร่างข้างใต้มากอดเอาไว้แน่นโดยไม่คิดจะปล่อยไปไหน เสียงร้องที่ได้ยินช่างฟังแล้วรู้สึกเสนาะหูยิ่งนักสำหรับเขา ร่างสูงใหญ่เลียริมฝีปาก ก่อนจะกดจูบไปตามเรือนร่างของอีกฝ่าย

 

ความต้องการยังคงไม่สิ้นสุดทั้งที่ร่างเล็กตรงหน้าก็ไปก่อนถึงสองครั้งแล้ว ไฮซากิดึงตัวฟุริฮาตะขึ้นมากอดไว้แนบอก สัมผัสได้ถึงความร้อนผ่านผิวเนื้อ ฟุริฮาตะรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกกระทั้นที่อยู่ด้านล่างซึ่งยังคงแรงดีไม่หยุด เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาจางๆ ไฮซากิกดหัวร่างที่เล็กกว่าให้ลงมาซบบนไหล่ตัวเองเพื่อไม่ให้เห็นสีหน้าตน

 

แขนสองข้างถูกดึงให้กอดลำคอของตนไว้หลวมๆ เสียงเสียดสีของเนื้อทำให้ร่างที่อยู่ด้านบนหน้าเห่อร้อนอย่างช่วยไม่ได้ เป็นครั้งแรกที่ของทำอะไรแบบนี้กับผู้ชาย แถมยังเป็นคนที่ไม่เคยคุยกันมาก่อนอีกด้วย

 

ฟุริฮาตะรู้สึกหมดแรง ได้แต่พยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายกอดคอร่างสูงตรงหน้าเอาไว้ แรงกระแทกกระทั้นยังคงไม่หยุดลง แต่เพียงไม่นานฟุริฮาตะก็รู้สึกถึงของเหลวบางอย่างที่ถูกฉีดเข้ามาในร่างกายของตัวเอง ดวงตาสีน้ำตาลปิดลง สติทั้งหมดดับวูบไปเมื่อความเหนื่อยล้าเข้ามาแทนที่ทุกสิ่ง

 

 

 

 

10.30 น....

 

แสงสว่างอบอุ่นยามเช้าเป็นตัวปลุกให้ร่างที่นอนอยู่บนเตียงได้สติ เปลือกตาที่หลับพริ้มถูกเปิดขึ้นมาช้าๆก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อรู้สึกแสบตา

 

เขาขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกได้ถึงท่อนแขนหนักๆที่พาดอยู่บนลำตัวของตัวเอง และเมื่อรู้สึกตัว...ร่างที่เล็กกว่าก็เบิกตาโพลงในทันที

 

ฟุริฮาตะเห็นเรือนผมสีเทาคลอเคลียอยู่ในระยะประชิด ใบหน้าคมซุกเข้ามาใกล้ ดวงตาคมคู่นั้นกำลังหลับพริ้มให้ความรู้สึกเหมือนเสือตัวหนึ่งที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราและขี้เซาเอามากๆ ลมหายใจอีกฝ่ายเป่าลดอยู่ตรงบริเวณลำคอ และก็ต้องรู้สึกหน้าร้อนวาบเมื่อรู้สึกตัวว่าเมื่อคืนทำอะไรลงไป และทำเรื่องแบบนั้นลงไปกับใครด้วย

 

เมื่อจะขยับตัวก็รู้สึกว่าร่างกายปวดร้าวไปหมดตั้งแต่ไขสันหลังรามไปทุกสัดส่วนบริเวณช่วงล่าง ร่างที่ถูกแขนใหญ่ทาบทับอยู่บนเตียงรู้สึกถึงความร้อนในร่างกายที่กำลังปะทุได้ดี แม้ว่าร่างกายของเขาจะไม่ได้สวมเสื้อผ้าเหมือนเมื่อคืนแต่กลับไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะตรงบริเวณนั้นเลยซักนิด ฟุริฮาตะได้กลิ่นสบู่จางๆจากทั้งของตัวเองและของอีกฝ่าย

 

เด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลพยายามค่อยๆคลืบคลานออกจากเตียงช้าๆ แต่กลับถูกแขนใหญ่ที่เกี่ยวไว้อยู่แล้วนั้นดึงเข้าไปชิดตัวอีก

 

“!!”

 

“อือ....”

 

เสียงครางเครือของร่างที่อยู่บนเตียงอีกหนึ่งทำให้ฟุริฮาตะสะดุ้งนิดๆและไม่กล้าขยับเขยื่อนไปไหน พึ่งจะสังเกตได้ว่าร่างกายของไฮซากิดูเล็กลงแปลกๆ และฟุริฮาตะก็ได้มารู้ว่าร่างกายของอีกฝ่ายกลับเป็นปกติแล้ว นั่นก็หมายความว่าไฮซากิคนนี้คือไฮซากิคนปัจจุบันที่พวกเขายังไม่เคยคุยกันมาก่อนเลยด้วยซ้ำ

 

เอวบางถูกเกี่ยวเข้าไปใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม ฟุริฮาตะตัวแข็งทื่อเมื่อเปลือกตาของคนที่หลับมานานเปิดขึ้นช้าๆแล้วจ้องมาทางเขานิ่งๆ

 

“นาย...”

 

“……”

 

“ฟุริฮาตะ?”

 

ไฮซากิเหล่สายตามองอีกฝ่ายอย่างสำรวจ ฟุริฮาตะพยักหน้าทั้งเหงื่อแตกพลั่กๆ เนื่องจากไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้ดี

 

มือหยาบถูกยกขึ้นมาและลูบไปตามตัวอีกฝ่าย ตั้งแต่ลำคอลงมาถึงช่วงลำตัว สายตาคู่นั้นจับจ้องมองราวกับกำลังคิดอะไรอยู่สักอย่างแล้วถึงเปิดปากพูดในสิ่งที่ตนคิดออกมา

 

“รอยพวกนี้...’ตัวฉัน’ เป็นคนทำสินะ...” แล้วจากนั้นดวงตาคู่นั้นก็หรี่ลง

 

“เอ่อ....”

 

“ชิ....น่าหงุดหงิดชะมัด”

 

“ไฮซากิ….” เห็นใครอีกคนหันไปสบถอยู่คนเดียวแล้วฟุริฮาตะก็ได้แต่งงตามว่าเกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่ายกันแน่ และพอร่างนั้นหันมามองฟุริฮาตะก็ถูกใครอีกคนดึงเข้าไปหาและประกบจูบรุนแรงในทันที

 

“อื้อ!” ฟุริฮาตะที่ไม่ทันตั้งตัวพยายามดันตัวอีกฝ่ายออก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ

 

“ฟุริฮาตะ โคคิ” หลังจากผละจูบออกแล้วฟุริฮาตะก็ถูกไฮซากิดึงเข้าไปกอดอย่างรวดเร็ว “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปนายเป็นของฉัน”

 

หา!!!?

 

เด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลอ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูกไปพักใหญ่ ในขณะที่มือหยาบปาดป่ายไปด้านหลังที่ไม่ทันระวังตัว และนิ้วเรียวยาวก็ถูกสอดเข้าไปในช่องทางที่เมื่อคืนถูกใช้งานมาอย่างหนักโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เสียงร้องครางปนด้วยความตกใจทำให้ฟุริฮาตะพึ่งจะได้สติว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

“เพราะงั้นถ้ามาต่อกับฉันคงไม่ว่ากันนะ” และยิ้มเจ้าเล่ห์ของใครบางคนที่ฟุริฮาตะพึ่งจะได้เห็นครั้งแรกก็จะทำให้เขาจำไปอีกนานแสนนาน

 

 

 

 

“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับไฮซากิคุง ถึงได้ใช้เบอร์นี้โทรมา?”

 

“โทษที ฉันแค่อยากจะบอกว่าตอนนี้ฉันกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วล่ะ”

 

“ครับ? แสดงว่าคุณกลับมาจากฝั่งนู้นแล้วสินะครับ?” ความฉลาดของคุโรโกะยังคงทำงานได้อย่างดีเยี่ยม

 

“ใช่แค่นั้นแหละ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะพาเพื่อนนายไปส่ง วันนี้ขอลาหยุดก็แล้วกัน” ดวงตาคมปรายตาไปมองเด็กหนุ่มอีกคนที่นอนหมดสภาพอยู่บนเตียงด้วยรอยยิ้มพออกพอใจ

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet