[AkaFuri] Lie 02

posted on 08 Jan 2016 22:24 by akaki-kouga in ShortFicKnB directory Fiction

 

Title : Lie 02

 

 

Pairing : Akashi x Furihata

 

 

Rate : PG

 

 

 

 

ผ่านมาอีกสามวันของการหลีกหนีและพยายามหลบหน้าใครบางคนมาโดยตลอด

 

ฟุริฮาตะแทบเหงื่อตกเมื่อพอเขาเดินไปทางไหนในโรงเรียนนี้ก็มักจะเจอกับอาคาชิเข้าทุกครั้ง

 

แต่ก็ยังดีที่เขาเป็นฝ่ายเห็นก่อนเสมอ ไม่งั้นได้มีการโดนลากคอกลับแน่ ถ้าอาคาชิเกิดเห็นก่อนแล้วเห็นเขาเล่นเดินหนีไปดื้อ ๆ แบบนั้น แค่ให้นึกภาพยังไม่อยากจะคิดเลยด้วยซ้ำว่ามันจะเป็นยังไงต่อ

 

จริง ๆ ถ้าจะให้นับถึงวันที่ฟุริฮาตะเริ่มจะหลบหน้าหรือพูดคุยกับอาคาชิได้น้อยลง คือช่วงประมาณหนึ่งเดือนก่อน เป็นหนึ่งเดือนที่ทำให้ฟุริฮาตะรู้สึกอึดอัด แต่นั่นก็ทำให้เขาคิดว่าเป้าหมายของเขาคงทำสำเร็จไปได้บ้างไม่มากไม่น้อย

 

ซึ่งอาคาชิที่ดูเหมือนจะเห็นถึงความผิดปกติอยู่บ้างถึงได้มีปฏิกิริยาแบบเมื่อวาน

 

คงเพราะเขาเป็นพวกแสดงไม่เก่งนั่นแหละ และการตบตาอาคาชิก็ยังเป็นเรื่องยากอีกด้วย ฟุริฮาตะคิดว่า ถ้าอาคาชิคิดอยากเอาเรื่องเขาจริงก็ทำได้สบายอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่คิดจะทำก็เท่านั้นเอง

 

"ฟุริฮาตะคุง มีคนมาหาแน่ะ"

 

เพื่อนนักเรียนชายในห้องเป็นคนเดินมาบอกถึงที่ ฟุริฮาตะชะเง้อหน้าออกมาแล้วมองไปทางประตูหน้าห้อง

 

"หรือจะเป็นพวกผู้หญิงอีกน่ะ?" เพราะตามปกติแล้วชอบมีพวกผู้หญิงนี่แหละที่ชอบมาวานให้เขาไปส่งจดหมายให้ใครบางคน

 

เพื่อนร่วมห้องคนนั้นยิ้มด้วยความกระอักกระอ่วนใจนิด ๆ พอฟุริฮาตะเห็นแบบนั้นก็เริ่มขมวดคิ้ว

 

"ไม่ใช่หรอก...แต่เป็นประธานนักเรียนน่ะ"

 

"หา? ประธานนนักเรียนเนี่ยนะ?"

ถามเหมือนไม่อยากเชื่อ ก็ช่วงนี้ของทุกวัน คน ๆ นั้นมักจะยุ่งอยู่ตลอดแล้วจะมาได้ไง หรือเพราะอาคาชิรู้ตัวแล้วว่าโดนหลบหน้าอยู่ ซึ่งเหตุผลข้อนี้เป็นอะไรที่คิดว่าน่าจะตรงมากที่สุด

 

"พวกนายเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ใช่หรือไงล่ะ"

 

"ไม่ใช่หรอก ว่าแต่อยู่ไหนล่ะ บอกไปว่าฉันไม่อยู่ก็ได้" ปฏิเสธทันควัน ตอนนี้ถ้าจะบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทก็คงไม่ใช่แล้วล่ะ

 

"ประธานนักเรียนยืนอยู่ข้าง ๆ ห้องเราน่ะ เห็นพวกผู้หญิงรุมล้อมกันอยู่เต็มเลย"

 

ก็กะเอาไว้แล้วล่ะนะ

 

"ว่าแต่จะให้ฉันบอกว่านายไม่อยู่จริงดิ"

 

"นั่นแหละ ตอนนี้ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่"

 

"เป็นไร...หรือว่าเกิดปวดท้องขึ้นมาอีก?"

 

ฟุริฮาตะพยักหน้าง่าย ๆ เป็นคำตอบ พอเห็นแบบนั้นเพื่อนชายคนนั้นก็ช่วยเดินออกไปบอกคำตอบให้กับประธานหนุ่มแต่โดยดี ยังดีเหมือนกันที่เพื่อนร่วมห้องของเขาคนนี้ไม่ใช่เป็นคนเซ้าซี้อะไรเท่าไหร่ ฟุริฮาตะมุดไปแอบใต้โต๊ะเพื่อความเนียน เผื่อว่าอาคาชิเกิดไม่เชื่อแล้วเดินเข้าห้องมาหาก็แย่น่ะสิ

 

และเวลาก็ผ่านไปไม่นาน เพื่อนร่วมห้องคนนั้นกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะบอกว่า

 

"ประธานนักเรียนบอกว่า ช่วงพักครั้งหน้าเขาจะมาหาอีกน่ะ บอกให้นายอยู่รอเขาด้วย" 

 

".....ขอบใจนะ"

 

ทำไมอาคาชิถึงต้องพยายามมาเจอนักนะ ทั้งที่เวลาส่วนตัวของตัวเองก็ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้วน่ะ แต่ถึงยังไงพอช่วงพักถัดไปเขาก็จะหนีไปก่อนอยู่ดีนั่นแหละ ยังไม่อยากเจอหน้ากันตอนนี้...

 

ออดช่วงพักดังขึ้น และในวินาทีต่อมาฟุริฮาตะก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที พอ ๆ กับนักเรียรชายคนอื่นที่เตรียมตัวจะไปแย่งซื้ออาหารกลางวันแสนอร่อยที่มีอยู่อย่างจำกัดกัน เพียงแต่ว่าเป้าหมายของฟุริฮาตะคงเป็นการหนีประธานนักเรียนที่บอกให้เขารออยู่ที่ห้องในช่วงพักเบรคนี้มากกว่าที่จะไปแย่งซื้ออาหารเหมือนคนอื่น ๆ

 

"คงได้เวลาแล้วล่ะ ฉันไปก่อนนะ" ฟุริฮาตะหันไปบอกเพื่อนร่วมห้องคนเดิมที่นั่งอยู่แค่โต๊ะตรงหน้าเขานี่เองอย่างมีมารยาท เพราะอย่างน้อยคน ๆ นี้ก็มีมนุษย์สัมพันธ์ดีล่ะนะ

 

"อ้าวจะไปแล้วเหรอ แล้วไม่รอคุณประธานนักเรียนก่อนล่ะ"

 

"ไม่ล่ะ...ถึงฉันเจอก็ไม่รู้จะคุยอะไรด้วยหรอก เพราะงั้นถ้าเขามาก็บอกว่าฉันต้องไปช่วยงานอาจารย์ก็ได้"

 

"โอเค แต่ครั้งนี้นายต้องเลี้ยงขนมฉันล่ะ" พูดแล้วยิ้มอย่างทีเล่นทีจริง ฟุริฮาตะหัวเราะออกมาน้อย ๆ

 

"เรื่องนั้นไม่มีปัญหา งั้นไปก่อนนะ" ฟุริฮาตะรับคำอย่างร่าเริงพลางวิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ก็หวังว่าอาคาชิจะมาตามหาเขาช้า ๆ ล่ะนะ

 

 

"คิดจะไปไหนหรือ?"

 

เอ๊ะ!?

 

ฟุริฮาตะหันหน้าไปมองทางเสียงที่คุ้ยเคยก็สบเข้ากับดวงตาสองสีตรงหน้าเข้าพอดีจนต้องผงะถอยหลังเกือบหน้าทิ่ม แต่ยังดีที่มีมือยื่นมาจับแขนเอาไว้ได้ก่อนจะล้มลงไป เพราะใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่ในระยะใกล้มากโดยที่ไม่ทันตั้งตัว

 

"อ...อาคาชิ..."

 

ฟุริฮาตะพูดเสียงตะกุกตะกัก อาการตกใจยังคงติดอยู่บนสีหน้าขาวที่เริ่มซีดลง

 

"ต้องเรียกชื่อผมสิ หรือว่านายลืมแล้ว?"

 

"....."

 

แค่เดินพ้นประตูมาฟุริฮาตะก็เจอเข้ากับประธานนักเรียนหนุ่มรูปงามเข้าทันที  

 

ตั้งแต่ที่ออดเข้าเรียนดังขึ้น ยังผ่านไปไมาถึงสามนาทีเลยด้วยซ้ำ ห้องเรียนของอาคาชิก็อยู่ไกลจากตึกนี้มาก แล้วมาได้ยังไง นี่อย่าบอกนะว่ามายืนรอก่อนหน้านั้น...

 

"คิดจะไปไหน...ผมฝากบอกเพื่อนร่วมห้องของนายเอาไว้แล้วไม่ใช่หรือไง หรือเขาไม่ได้บอกนาย?" อาคาชิหรี่ตามองคนตัวเล็กกว่า

 

"บ...บอกแล้ว! แต่ฉันจะไปช่วยอาจารย์ขนของแป๊บเดียวเท่านั้นเองนะ ก็เลยว่าจะรีบทำรีบกลับก่อนที่นายจะมาเท่านั้นเอง!"

 

"ขนของ?"

 

"ใช่...แต่นายก็ดันมาก่อนพอดี" ฟุริฮาตะแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ มืออาคาชิที่จับแขนอยู่ยังไม่ยอมปล่อยเลยด้วยซ้ำ

 

"อาจารย์คนไหนสั่งนายล่ะ ผมไปถามมาแล้ว ไม่มีใครบอกว่าต้องการคนช่วยงานเลยสักคน" ข้อแก้ตัวสุดท้ายถูกตัดออกไปในทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ

 

"......."

 

"โคคิคิดจะโกหกผมไปถึงเมื่อไหร่กันนะ"

 

"ฉันไม่ได้โกหกนายนะ!" ร่างเล็กของเด็กหนุ่มอีกคนยังคงเถียงกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้

 

"เป็นเด็กไม่ดีแบบนี้ต้องถูกลงโทษนะรู้ไหม"

 

อาคาชิเผยรอยยิ้มบาง ๆ แต่คนมองกลับหนาวสันหลังเยือก ท่าทางว่าการโกหกอาคาชิติดต่อกันมานานจะไม่ใช่เรื่องดีอย่างที่คิด มันต้องไม่ดีอยู่แล้วในเมื่อมันไม่ควรโกหกตั้งแต่แรก

 

"เดี๋ยวก่อนอาคาชิ! นายจะพาฉันไปไหนเนี่ย!!"

 

ฟุริฮาตะถูกลากไปอีกทางหนึ่งตามแรงชักจูงของคนที่เดินน้ำหน้า สายตาของนักเรียนหลายคนในบริเวณนั้นเริ่มหันมองมาเป็นทางเดียวกันเมื่อได้เห็นประธานนักเรียนกำลังเดินลากเด็กหนุ่มคนหนึ่งให้เดินตามไปด้วยกันทางหนึ่ง

 

"ปล่อยฉันก่อนอาคาชิ!!"

 

ฟุริฮาตะพยายามแกะมือที่จับแขนเขาลากเอา ๆ ไม่เลิกแต่มันก็ไม่ขยับเลยสักนิด อาคาชิไม่สนใจเสียงโวยวายของคนข้างหลัง แต่กลับหันไปพูดกับคนที่ยืนอยู่ในบริเวณนั้นแทน

 

"พวกคุณไม่มีอะไรทำกันหรอกหรือ?"

 

เพียงแค่ประโยคเดียวเท่านั้น คนอื่น ๆ ในบริเวณนั้นก็พากันก้มหน้า ก่อนจะเดินแยกไปทางอื่นแทน ซึ่งอาคาชิที่เห็นว่าทางสะดวก ก็พาฟุริฮาตะลากเข้าไปในห้องหนึ่งซึ่งเจ้าคนถูกลากมาก็คุ้นเคยดีว่ามันคือที่ไหน

 

ห้องพักผ่อนด้านในห้องประธานนักเรียน

 

ฟุริาตะถูกผลักเข้าไปในห้องด้านในก่อนเสียงลงกลอนประตูจะดังขึ้นตามมาจนฟุริฮาตะเริ่มหน้าถอดสี เพราะถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่าอีกฝ่ายคงโกรธเขามากแน่ ๆ

 

"มีอะไรจะแก้ตัวไหมโคคิ?" อาคาชิเยืนกอดอกหรี่ตามองฟุริฮาตะ แผ่นหลังพิงประตูปิดทางหนีเพียงหนึ่งเดียวเอาไว้หมด

 

"ม...ไม่มี...ในเมื่อฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนี่" ฟุริฮาตะก้มหน้านิ่งไม่ยอมสมตา

 

"งั้นหรือ...ถ้างั้นทำไมถึงไม่ยอมมองตาผมล่ะ"

 

"......."

 

"ฟุริฮาตะ โคคิ"

 

"นายมีเรื่องจะพูดเท่านี้ใช่มั้ย ถ้างั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดหรอกนะ" ฟุริฮาตะค่อย ๆ พยุงให้ตัวเองลุกขึ้นยืนดี ๆ แต่อาคาชิกลับดึงตัวฟุริฮาตะเข้าไปหาและทาบทับริมฝีปากลงมา

 

"อื้อ!"

 

"......"

 

อาคาชิสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปาก เสียงน้ำลายเฉอะแฉะทำให้ฟุริฮาตะหน้าร้อนวาบเมื่อไม่ทันตั้งตัว รู้สึกว่าร่างกายของเขาแทบจะถูกกดให้แนบชิดไปกับร่างตรงหน้า แผ่นหลังบางถูกฝ่ามือหนาลูบไล้ไปมาให้รู้สึกเสียววาบ

 

ฟุริฮาตะพยายามดันอกอาคาชิ แต่ยิ่งเขาคิดจะหนีเท่าไหร่อีกฝ่ายก็ยิ่งกดจูบหนักขึ้นเท่านั้นจนแทบตาลาย เรี่ยวแรงดูเหมือนจะหดหายไปซะหมด

 

แต่เมื่อฟุริฮาตะสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่านฝ่ามือที่เริ่มคลืบคลานไปยังกางเกงด้านหลัง ฟุริฮาตะถึงใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่พยายามรวบรวมมาผลักอาคาชิให้ออกห่างไปจนได้

 

"......"

 

"แฮ่ก...นายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน...เซย์...."

 

ฟุริฮาตะปาดน้ำใสที่เลอะมุมปากออกลวก ๆ ขณะที่หอบหายใจอยู่หลายครั้ง

 

"ก็ทำสิ่งที่ผมต้องการน่ะสิ"

 

"ถ้านาย ‘อยาก’ มากขนาดนั้น งั้นนายก็สมควรไปทำกับพวกผู้หญิงมากกว่านะ ไม่ใช่กับฉัน"

 

"ทั้ง ๆ ที่นายพยายามขัดขวางผู้หญิงทุกคนที่คิดจะมาสารภาพรักกับผมผ่านจดหมายพวกนั้นน่ะเหรอโคคิ?"

 

" ......ขัดขวาง? พูดเรื่องอะไรของนาย"

 

อาคาชิหรี่ตามองอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ตั้งแต่รู้จักกันมาก็ดูเหมือนว่าความดื้อดึงทั้งหมดที่อีกฝ่ายเป็นอยู่คงเป็นนิสัยที่ได้มาจากเขานั่นเอง

 

"อย่าโกหกเลย ผมรู้หมดนั่นแหละว่าโคคิทำอะไรบ้างในตอนที่นายพยายามหลบหน้าผมอยู่แบบนี้"

 

"......"

 

"ทั้งเรื่องที่โคคิเอาจดหมายทั้งหมดไปเผาทุกวัน เรื่องที่นายแกล้งโกหกเรื่องผู้หญิงพวกนั้นเวลาที่พวกเธอถามถึงที่อยู่ของผม หรือแม้กระทั่งตอนที่โคคิทำหน้าใสซื่อรับจดหมายพวกนั้นมาเผาทิ้งอีก คงลำบากมามากเลยสินะ"

 

"น...นี่นาย...."

 

ฟุริฮาตะเริ่มเสียงสั่น ตัวสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่ เมื่อเรื่องที่ทำมาหมดทุกอย่างกำลังถูกพูดออกมาง่าย ๆ จากผู้ชายคนนี้ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ