[Fic KnB AkaFuri] Ai No Kagi Ch.26 Hesitate

posted on 23 Sep 2015 12:18 by akaki-kouga in AkaFuri--Ai-no-Kagi directory Fiction

 

Title :  Ai No Kagi

 

 

Chapter 26 Hesitate 

 

 

 

         

“ถ้าพูดกันตามหลักความเป็นจริงแล้ว...อาคาชิคุงและฟุริฮาตะคุงไม่น่าจะมาโคจรเจอกันได้เลยด้วยซ้ำครับ ถ้าไม่นับเรื่องที่เขานัดเจอผมก่อนแข่งวินเทอร์คัพและฟุริฮาตะคุงโดนใช้ให้มาเป็นเพื่อน กับเจอกันในสนามแข่งเท่านั้น ไม่นับเรื่องที่ค่ายออนเซ็นนะครับ และอีกหลาย ๆ เรื่องหลังจากนั้นที่ดูเหมือนอาคาชิคุงจะ ‘จงใจ’ เข้ามาหาเองมากกว่า”

 

               

“จงใจเดินเข้ามาหาเองนี่หมายความว่ายังไง? แสดงว่าอาคาชิสนใจฟุริฮาตะตั้งแต่เจอกันครั้งแรกงั้นเหรอ?”

 

               

“คงเป็นแบบนั้นครับ ตั้งแต่พวกเขาเจอกันครั้งแรกที่งานเปิดวินเทอร์คัพ”

 

               

“หืม...? อย่างอาคาชิเนี่ยนะจะสนใจคนธรรมดา...น่าแปลก...” นิจิมูระจับคางอย่างใช้ความคิด นิสัยแบบนั้นของรุ่นน้องเขาอาจะเป็นพวกชอบสังเกตุคน แต่ไม่น่าจะสนใจคนธรรมดาแบบฟุริฮาตะได้

 

               

“คงเพราะไม่ธรรมดานั่นแหละครับถึงสนใจ คนที่ดูภายนอกธรรมดา แต่พอเอาเข้าจริงกลับแตกต่างจากที่คิด นั่นอาจจะเป็นตัวกระตุ้นเขาให้ยิ่งสนใจก็ได้นะครับ”

 

               

“งั้นเหรอ..”

 

               

“นายพูดแรงเกินไปหรือเปล่าคุโรโกะ...ไม่น่าจะมาโคจรเจอกันได้เนี่ยนะ...?”  ถึงเขาคิดว่ามันจะจริงอย่างที่คุโรโกะบอกก็เถอะ

 

               

ไม่หรอกครับ...คิดดูสิครับว่า อาคาชิคุงอยู่เกียวโต ส่วนฟุริฮาตะคุงอยู่โตเกียว ระยะห่างที่มากขนาดนั้น และเมืองทั้งเมืองก็ไม่ใช่เล็ก ๆ คิดว่าทั้งสองคนจะเดินมาเจอกันง่าย ๆ หรือยังไงล่ะครับ...”

 

               

“ก็ไม่มีทาง...”

 

               

“ใช่ครับ...เพราะงั้นถ้าอาคาชิคุงเขาไม่ขอเบอร์ติดต่อ และทั้งสองคนไม่คิดจะนัดเจอกัน มันก็คงจะไม่มีทางเจอกันได้ เปอร์เซ็นต์ที่จะหากันเจอโดยบังเอิญคงเท่ากับ1เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมดนั่นแหละครับ”

 

               

“แต่ยังไงมันก็ยังมีตั้ง 1เปอร์เซ็นต์เชียวนะ” นิจิมูระยกแก้วชาขึ้นดื่ม ขายาวยกขึ้นนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ทั้ง ๆ ที่ตัวเองนั่งอยู่ในบ้านคนอื่นแท้ ๆ

               

               

พอไล่อีกคนไปนอนได้แล้วพวกเขาถึงได้มาประชุมปรึกษากันต่อ แถมเจ้าตัวยังไม่คิดสงสัยอะไรอีกด้วย นั่นก็เป็นข้อดีที่ทำให้พวกเขาสามารถทำอะไรได้ง่ายขึ้น แล้วดูเหมือนอารมณ์จะดีขึ้นหน่อยด้วยเพราะมีคิเสะมาเป็นเพื่อนคุยกับชูเอย์อีกคน ที่ตอนนี้เขาก็ไล่เจ้านั่นไปนอนแล้วเหมือนกัน

               

               

“แล้วยังไงต่อ…แผนของนายคืออะไร?”

 

               

“แค่ 1 เปอร์เซ็นต์มันยังน้อยไปครับ ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงกลาง ๆ เดือนธันวาคมแล้วล่ะครับ” คุโรโกะเหลือบสายตาลงมองปฏิทินเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า “แล้วผมก็คิดว่าน่าจะเอาเรื่องนี้มาใช้ได้”

 

 

“เรื่องนี้ที่ว่านี่คือ?”

 

               

“เดือนนี้...วันที่ 20 เป็นวันเกิดของอาคาชิคุงน่ะครับ ผมก็เลยคิดว่าอาจจะนัดพวกเพื่อน ๆ ให้มาเซอร์ไพรส์วันเกิดของเขา โดยรวมถึงจะให้ช่วยอะไรบางอย่างด้วย”

 

               

“อ้อ! หมอนั่นเกิดวันนั้นเหรอ ใกล้จะถึงแล้วนี่...” นิจิมูระเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจเล็กน้อย พลางมองปฏิทินตั้งโต๊ะเล็ก ๆ ตรงหน้า “แล้วนายก็จะให้ฟุริฮาตะไปด้วยล่ะสิ” เป็นความคิดที่เดาทางได้ง่ายมาก

 

               

“ใช่ครับ...ผมจะเพิ่มเปอร์เซ็นต์ที่มีเพียงแค่ 1 ให้เป็น 100 เปอร์เซ็นต์ในทันทีนั่นแหละครับ หากว่าเจอกันตรง ๆไม่ได้ ก็ให้คนอื่นช่วยนัดเจอแทน”

 

               

“แล้วคิดว่าฟุริจะยอมไปตามที่นายบอกหรือไง?” คางามิเอ่ยถาม ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจแผนทั้งหมดหรอก

 

               

“ผมมีวิธีก็แล้วกันครับ ฟุริฮาตะคุงเขาเป็นคนปฎิเสธใครไม่เก่ง”

 

               

“เหอะ! ปฎิเสธใครไม่เก่ง หรือปฏิเสธใครไม่เป็น นิสัยเสียตั้งแต่เด็ก...ขนาดโตแล้วก็ยังเป็นเหมือนเดิม”

 

               

“คุณรู้นิสัยเขาเยอะดีนะครับ”

 

               

“ก็พอสมควรนั่นแหละ นอกจากโกหกใครไม่เก่งแล้วก็ยังชอบเกรงใจคนอื่น ใจดีกับคนอื่นไปทั่ว แล้วยังไม่เคยคิดจะปฏิเสธใครอีก!”

 

               

“แต่นั่นก็ทำให้เขาเป็นที่จับตามองนะครับ”

 

               

“จับตามองในทางแบบนั้นฉันไม่เอาหรอกเฟ้ย!”

 

               

“กรุณาลดเสียงของคุณลงด้วยครับ เดี๋ยวเจ้าของบ้านจะลงมาได้ยินเข้า” เอ่ยปากพูดเพียงแค่นั้น บรรยากาศก็เงียบลงไปทันที “…ถ้าทั้งสองคนเจอกันแล้ว...นายจะทำยังไงล่ะคุโรโกะ…” ดวงตาคมจ้องนิ่ง เขาเองในตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออกว่าควรจะทำยังไง

 

               

“ผมแค่อยากจะดูปฏิกิริยาบางอย่างของสองคนนั้นน่ะครับ”

 

               

“นายจะเอาความช่างสังเกตุของนายมาใช้ล่ะสิ” คางามิเริ่มรู้แล้วว่าคุโรโกะคิดจะทำอะไร “ความช่างสังเกตุ? อ้อ! ฉันพอจะรู้แล้วล่ะ นายอยากจะรู้ล่ะสิ ว่าอาคาชิยังจำฟุริฮาตะได้อยู่หรือเปล่าฉันเข้าใจถูกใช่มั้ย?”

 

               

“ถูกต้องครับ นอกจากนั้นแล้วอาคาชิคุงเขาคิดอะไรอยู่พวกเราก็ไม่รู้ได้ง่าย ๆ หรอกครับ เพราะเขาเป็นพวกเก็บความลับเก่ง”

 

               

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นฉันเห็นด้วย แถมความลับเยอะจนไม่คิดอยากจะเป็นศัตรูด้วยเลยล่ะ”

 

               

“แต่นิจิมูระซังก็บอกเองแล้วนะครับว่าไม่คิดจะยกให้น่ะ”

 

               

“ช่างเรื่องนั้นก่อน แล้วไงต่อ” ร่างสูงเปลี่ยนเรื่องทันที เขายังไม่อยากคิดถึงเรื่องนั้นตอนนี้หรอก “ถ้าเขาจำฟุริฮาตะคุงไม่ได้ ก็แสดงว่าฟุริฮาตะคุงอาจเสียใจเพราะเรื่องนั้น ส่วนถ้าเขาจำได้...ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะทำร้ายฟุริฮาตะคุงได้หรอกครับ”

 

               

“หมอนั่นอาจจะช็อคจนเกิดสติแตกไปลงที่ฟุริก็ได้หนิ”

 

               

“ช่างคิดจังเลยนะครับ...แต่ผมไม่คิดแบบนั้น”

 

               

“หืม...? แล้วถ้าเกิดว่า หมอนั่นแกล้งลืมล่ะ นายจะรู้ได้ยังไง?”

 

               

เรื่องนั้นก็ไม่มีทางเหมือนกันครับ สำหรับอาคาชิคุง ผมคิดว่าเขาคงไม่โง่พอจะทำร้ายคนที่ตัวเองรักได้ลงหรอกครับ” คิดเล่น ๆ แต่ดันโดนตอกกลับซะเจ็บแทน คางามิจ๋อยไปนิด

 

               

“ถ้างั้นนายก็รีบ ๆ ไปนัดเจ้าพวกนั้นแล้วก็คิดแผนมาดี ๆ ก็แล้วกัน อย่างฉันคงตามไปร่วมไม่ได้หรอก”

 

               

“ใครบอกล่ะครับ คุณก็ต้องไปด้วยครับนิจิมูระซัง ในฐานะรุ่นพี่ของพวกเรา”

 

               

“ตกลงว่าให้ฉันไปด้วย?” ชี้หน้าตัวเองอย่างไม่เชื่อเท่าไหร่ ให้เขาไปด้วยแล้วจะให้ทำอะไรล่ะ...

 

 

“คอยเป็นผู้สังเกตุการณ์อยู่ห่าง ๆ ครับ...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อากาศในเมืองใหญ่ภายในฤดูหนาวทำให้เด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลที่ไม่ชอบความหนาวสั่นสะท้านได้ไม่ยาก แม้ว่าจะใส่เสื้อกันหนาวมาแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงรู้สึกหนาวมากอยู่ดี ผู้คนเดินผ่านสวนกันไปมาบนถนนกว้างใหญ่ สองข้างทางเดินเต็มไปด้วยร้านรวงล่อตาล่อใจพาให้เดินเข้าไปเสียตังค์ได้ไม่ยาก บรรยากาศอบอุ่นเริ่มหายไป กลายเป็นเมืองทั้งเมืองที่ถูกปกคลุมด้วยอากาศแสนเย็นสบาย แต่ตอนนี้เขากลับไม่ชอบมันเท่าไหร่ ขนาดแค่กลาง ๆ เดือนยังหนาวได้ขนาดนี้เลย...

 

 

ฟุริฮาตะกระชับเสื้อโค้ทและผ้าพันคอสีน้ำตาลที่พี่ชายแสนใจดีแต่ชอบทำหน้าทำตาโหดเป็นยักษ์เป็นมารของเขาจับเขาใส่กันความหนาวให้เขาที่ จับเขาใส่เสื้อหนา ๆ สองชั้นแล้วยังไม่พอใจ คนขี้กังวลยังเอาเสื้อโค้ทของตัวเองมาให้ใส่อีก แถมสุดท้ายแล้วก็ยังจับเขาใส่ถุงมืออีกทีหนึ่ง...

 

 

ฟุริฮาตะที่ทำอะไรไม่ได้ เถียงก็ไม่เคยชนะเลยต้องจำยอม...

 

 

เดินออกมาทั้งสภาพแบบนั้น…

 

 

ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองตัวกลม ๆ เพราะเสื้อพวกนี้ซะแล้ว...ถึงมันจะไม่หนามากขนาดนั้นก็เถอะนะ...

 

 

ฟุริฮาตะพึ่งจะโดนพี่ชายหน้าหล่อแสนใจดีเตะโด่งออกมาจากที่นอนแสนอุ่นนุ่มไม่นาน แต่ก็ดีไปอีกอย่างที่โดนไล่ออกมาล่ะนะ ถึงเหตุผลที่ถูกไล่ออกมาจากบ้านของตัวเองจะเป็นเหตุผลแบบนี้ก็ตาม

 

 

'เอาแต่ทำหน้าเศร้าเป็นตูดลิงอยู่นั่นแหละ จะเอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในห้องน่าอึดอัดแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่! หัดออกไปสูดอากาศชื่นใจข้างนอกซะบ้าง!'

 

 

และจากนั้นฟุริฮาตะก็โดนจับใส่ชุดอย่างกับตุ๊กตาอะไรซักอย่างที่พวกผู้หญิงชอบเล่นกัน จากนั้นถึงได้โดนเตะโด่งออกจากบ้านตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ว่าแต่เค้าต้องบอกว่า เอาแต่ทำหน้าบูดเป็นตูดลิง...ไม่ใช่ทำหน้าเศร้าเป็นตูดลิงไม่ใช่หรอกเหรอ...

 

 

เอาเถอะ...จะพูดผิดหรือพูดถูกก็คงไม่ต่างกัน...

 

 

ฟุริฮาตะถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ อย่างน้อยออกมาวันนี้ก็ยังทันดีอยู่หรอก เพราะวันที่เขากับคุโรโกะนัดน่ะ มันเป็นวันพรุ่งนี้น่ะสิ!!