[Fic KnB AkaFuri] Ai No Kagi Ch.25 Deliberation

posted on 21 Sep 2015 13:52 by akaki-kouga in AkaFuri--Ai-no-Kagi directory Fiction

 

Title : Ai No Kagi

 

 

Chapter 25 Deliberation 

 

 

 

           

"เป็น ยังไงบ้างครับนิจิมูระซัง..." เสียงเรียบเอ่ยถามเชิงอยากรู้อยากเห็น เมื่อเห็นร่างสูงเรือนผมสีดำเดินออกมาจากห้องนอนของใครบางคนด้วยใบหน้าไม่สบ อารมณ์หน่อย ๆ แต่ก็ยังคงอดทนไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

 

 

"ก็ แอบฟังอยู่ตลอดไม่ใช่หรือไงยังจะถามอีก" นิจิมูระเลิกคิ้วมองอดีตรุ่นน้องตัวเองที่ทำหน้านิ่งเรียบได้ตลอดเวลาไม่ เปลี่ยน แถมความจืดจางยังพัฒนาขึ้นอีก เพราะเมื่อกี้เขายังสะดุ้งหน่อย ๆ เลย

 

 

"ถามพอเป็นพิธีน่ะครับ" คำตอบดูกวน ๆ แฮะ หมอนี่เปลี่ยนไปนิด ๆ หรือเปล่าเนี่ย..หรือาจจะเท่าเดิม

 

 

"แล้ว เป็นยังไงบ้างล่ะครับ...พวกผมคงไม่มีทางรู้ได้เลย ถ้าคุณไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฟุริฮาตะคุงเมื่อคืนแล้วออกมาถามพวกผมเรื่องบาด แผลที่แผ่นหลังนั่น" ในคราวนี้ดวงตาสีฟ้านิ่งเรียบกลับแปรเปลี่ยนเป็นแววตาจริงจังในทันทีได้ อย่างไม่น่าเชื่อ

 

 

"...เรื่อง ตาบวม ๆ นั่นฉันไม่รู้ ส่วนเรื่องแผลที่หลัง...ฉันคิดว่าอาจเป็นอย่างที่นายบอกก็ได้ นายบอกว่าอาคาชิกับฟุริฮาตะคบกันแล้ว โดยที่พวกเราไม่รู้เรื่องล่ะสินะ...ย้ายเข้าไปคุยที่ห้องโน้นดีกว่านะ น่าจะเก็บเสียงมากกว่า"

 

 

จู่ ๆ คนอายุมากที่สุดในกลุ่มก็หยุดพูด นิจิมูระเดินไปเปิดประตูห้องนอนเก็บเสียงเพียงห้องเดียวภายในบ้านของฟุริฮา ตะ ตามด้วยคนอื่น ๆ ที่เดินตามเข้ามาโดยไม่พูดอะไร

 

 

"ห้องนี้เป็นห้องเก็บเสียงสินะครับ"

 

 

"นายรู้ได้ไงน่ะคุโรโกะ?"

 

 

"เพราะ ผนังห้องนี้ดูแตกต่างจากห้องอื่นน่ะครับ แค่ลองเคาะดูก็พอจะรู้แล้วครับ" คางามิลองเคาะดูบ้าง...มันเป็นไปตามที่บอกจริง ๆ นั่นแหละ ว่าผนังมันดูต่างจากห้องอื่น แล้วทำไมถึงเป็นห้องเก็บเสียงล่ะ?

 

 

"เลิกวิเคราะห์เรื่องผนังห้องและมาเข้าเรื่องกันได้แล้ว"

 

 

คา งามิและคุโรโกะเดินไปหาที่นั่งของตัวเองทันที เตรียมฟังเรื่องที่ร่างสูงอายุมากกว่าจะพูดต่อ "ทำไมนายถึงรู้ว่าฟุริฮาตะคบกับอาคาชิแล้วล่ะคุโรโกะ?"

 

 

"เพราะมีวันหนึ่งที่ผมออกไปทำธุระนอกบ้าน ผมเห็นทั้งสองคนกำลังเดินเที่ยวเล่นกันอยู่ในเมืองน่ะครับ"

 

 

"ก็แค่เป็นเพื่อนสนิทไปเที่ยวกันสองคนไม่ใช่หรือไง?" เอ่ยขึ้นมาแค่ประโยคเดียวคางามิก็ค้านซะแล้ว

 

 

"งั้น ผมขอถามหน่อยนะครับคางามิคุง...คนเป็นเพื่อนกัน ต้องเดินจับมือกันในเมืองแบบไม่สนสายตาผู้คนที่มองมาเลยมั้ยล่ะครับ?" เอ่ยถามพร้อมกับสายตาเรียบ ๆ ที่หันไปจ้องมองคนถาม คางามินิ่งไปนิดหนึ่งแล้วถึงส่ายหน้าปฏิเสธ

 

 

"เอ่อ...ก็ไม่..."

 

 

คน เป็นเพื่อนกันเขาไม่จับมือเดินกันโจ่งแจ้งเหมือนคนที่เป็นคู่รักชายหญิงที่ เขาเคยเห็นแบบนั้นหรอก...แล้วทั้งสองเองก็คนยังเป็นผู้ชายทั้งคู่อีก...

 

 

"เรื่องนั้นน่าจะเป็นไปได้ว่าสองคนนั้นเขาคบกันแล้ว...แล้วนายเองก็ชอบฟุริฮาตะอยู่เหมือนกัน ไม่คิดจะเข้าไปขัดขวางหรือไงคุโรโกะ?"

 

 

นิ จิมูระถามสิ่งที่เขาสงสัย เจ้าพวกนี้เคยบอกเขาอย่างชัดเจนมาเองว่าตัวเองชอบฟุริฮาตะและ เขาคิดว่าคุโรโกะเองก็ชอบฟุริฮาตะไม่แพ้อาคาชิเลยด้วยเหมือนกัน ดูจากแววตาจริงจังคู่นั้นเวลาที่พูดถึงแล้ว

 

 

"...แน่ นอนว่าผมชอบฟุริฮาตะคุงครับ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมแค่อยากจะทำให้เขามีความสุขครับ เลยไม่คิดจะเข้าไปขัดขวาง ต่อให้ฟุริฮาตะคุงตกลงจะคบกับอาคาชิคุง ผมก็ไม่คิดจะบอกให้พวกเขาเลิกคบกันหรอกนะครับ ผมไม่ใช่คนประเภทนั้นหรอกครับ ถึงจะมีความรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้างก็ตาม"

 

 

"โอ้โห...พูดจาซะอย่างกับพระรองในละครหลังข่าวอย่างนั้นแหละ"

 

 

นิ จิมูระได้ทีแซวอดีตรุ่นน้องตัวเองเล่น แถมคำพูดที่เจ้าตัวบอกยังแน่วแน่ในความคิดของตัวเองมากอีกด้วย แต่เขาว่าอย่างน้อยก็คงจะมีคิดบ้างแหละ หากคนที่ตัวเองชอบจะไปชอบคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองน่ะ

 

 

"ฉัน ว่านายดีเกินไปว่ะคุโรโกะ แต่เมื่อก่อนฉันเห็นนายชอบเข้าไปขัดขวางสองคนนั้นนี่" คางามิขมวดคิ้วมุ่น เมื่อก่อนถึงไม่ค่อยได้สังเกตุแต่เขาก็พอจะเห็นอะไร ๆ แปลกไปบ้างอยู่หรอก

 

 

“นั่น เป็นเพราะพวกเขายังไม่ได้คบกันจริงจังครับ ตอนนั้นพวกเขาสองคนยังเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น และผมก็คิดว่าอาคาชิคุงไม่สมควรจะคบกับฟุริฮาตะคุงเลย เพราะเรื่องหลาย ๆ เรื่องที่เจอมาทำให้ผมคิดแบบนั้น เหมือนเรื่องตอนแข่งนั่นแหละครับ นิสัยของอาคาชิคุงเขาเป็นคนแบบนั้นเขาคิดจะทำอะไรบ้างพวกเราก็ไม่มีทางรู้ ได้หรอกครับ แล้วคิดว่าผมจะยอมปล่อยให้เขาเข้าใกล้ฟุริฮาตะคุงโดยที่ไม่รู้จุดประสงค์ที่ แท้จริงหรือไงครับ”

 

 

“เหมือนที่หมอนั่นเอากรรไกรแทงฉันอ่ะนะ พูดถึงจุดประสงค์แล้วตอนนี้นายรู้หรือไงว่าหมอนั่นเข้าใกล้ฟุริฮาตะเพราะอะไร?”

 

 

“ผมก็ไม่ทราบครับ คงเพราะเขาอาจเกิดสนใจในตัวฟุริฮาตะคุงขึ้นมาก็ได้”

 

 

“ห๊า! พวกนายพูดเรื่องอะไรกันเนี่ย! ใครเอากรรไกรแทงใครนะ? แล้วที่ว่าเข้าใกล้เพราะมีจุดประสงค์นี่คืออะไร? หมอนั่นไม่ได้เข้าใกล้ฟุริฮาตะเพราะรักหรอกหรือไง?”

 

 

“พอ ดีเมื่อก่อนมีเรื่องกันนิดหน่อยน่ะครับอย่าสนใจเลย ส่วนเรื่องรักหรือเปล่าผมก็ยังไม่แน่ใจเลยครับ” คุโรโกะเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาสีฟ้าหลุบลงเล็กน้อย

 

 

“พูดแบบนั้นยิ่งน่าสงสัย...”

 

 

นิจิมูระขมวดย่นคิ้ว เจ้าพวกนี้มันปิดบังอะไรเขาเยอะซะจริง มีเรื่องที่เขายังไม่รู้อีกเพียบเลยมั้งช่วงที่เขาไม่ได้อยู่ที่นี่

 

 

"ความ รักมันมีหลายรูปแบบนะครับคางามิคุง แต่ผมไม่ต้องการ การ'แย่งชิง'หรอกครับ...หากอยู่แบบนี้แล้วมีความสุขทั้งสองฝ่ายผมก็ยินดีจะ รับมันเอาไว้ครับ แต่หากว่าอาคาชิคุงทำให้ฟุริฮาตะคุงเสียใจ...ผมก็ไม่อยากจะปล่อยเอาไว้เฉย ๆ"

 

 

“หมายถึงนายจะเข้าไปแทรกแทนสินะ”

 

 

นิจิมูระพยักหน้าอย่างเข้าใจในความคิดของรุ่นน้องตน เป็นใครเห็นคนที่ชอบไม่มีความสุขก็ต้องแย่งสินะ อืม ๆ

 

 

“ไม่ใช่ครับ...” ดวงตาสีฟ้ากรอกไปมา

 

 

"ที่ ผมพูด ๆ มา คุณก็ไม่ต่างจากผมเท่าไหร่หรอกครับนิจิมูระซัง..คุณเองก็เคยบอกว่าชอบฟุริฮา ตะคุงเลยบอกพวกเราในวันนั้นว่า 'ไม่คิดจะยกให้ง่าย ๆ' ไม่ใช่หรือไงกันครับ"

 

 

นิจิมูระเลิกคิ้ว ยามมองดวงตาสีฟ้าใสที่จ้องตรงมาอย่างจริงจัง

 

 

"ใช่..ฉัน พูด...แต่ฉันก็พูดในฐานะ ‘พี่ชาย’ ของฟุริฮาตะ...ที่บอกว่า 'ไม่คิดจะยกให้ง่าย ๆ' นั่นก็เป็นเรื่องจริง แต่ถ้าพูดถึงใจจริง ฉันคิดกับเขาแค่น้องชายคนหนึ่งที่ฉันรักมากก็เท่านั้น และยังอาจจะรักมากกว่าน้องชายแท้ ๆ ด้วย(มีเหน็บแนม...) เพราะแบบนั้นหากใครทำให้เสียใจก็ไม่คิดจะยกโทษหรือยกให้ง่าย ๆ อยู่แล้ว.."

 

 

"คุณพูดเองนะครับ...ว่าไม่คิดจะยกโทษหรือยกให้กับคนที่ทำให้เขาเสียใจ..."

 

 

"พวก นายนี่ชอบพูดอะไรเข้าใจกันยากจังเลยนะ สรุปแล้วคนที่ทำให้หมอนั่นร้องไห้คืออาคาชิ?" คางามิเกาหัว เขาไม่ค่อยเข้าใจเรื่องยาก ๆ หรอก เลยสรุปตามความเข้าใจของตัวเอง

 

 

"เรื่องนั้นผมก็ยังไม่แน่ใจครับ แต่คิดว่าน่าจะใช่"

 

 

"ไอ้คำว่า ‘น่าจะ’ ของนายก็ยังไม่รู้อยู่ดี ถ้าฟุริไม่คิดจะบอกความจริงกับพวกเราและยังคิดจะกุเรื่องขึ้นมาโกหกปิดบังอยู่แบบนี้"

 

 

"บางทีคุณอาจทึ่มไปเองต่างหากครับคางามิคุง ถ้าผมไม่บอก คุณก็ยังเชื่ออยู่แบบนั้น"

 

 

"นี่นายว่าไงนะ!"

 

 

"อย่าพึ่งชวนทะเลาะกันสิ ยังเหลืออีกเรื่องนึงนะ..."

 

 

เสียงเรียบของคนอายุมากกว่าเอ่ยปราม ศึกปะทะคารมถึงได้หยุดลงง่าย ๆ ภายในห้องกลับมาเงียบลงอีกครั้ง

 

 

".... / ...."

 

 

"ยังเหลือเรื่องอะไรอีกเหรอ...ครับ" คางามิเอ่ยถามเป็นคนแรก

 

 

"ก็ แผลบวมช้ำที่หลังไง...คิดว่าไง? อย่าคิดว่ามันจะจบง่าย ๆ คนที่ทำให้ร้องไห้จนตาบวมเป็นหมีแพนด้าแบบนั้นก็ยังไม่มีใครรู้เลยว่าเป็น ใครกันแน่ พวกนายคิดว่าเรื่องนี้อาคาชิเป็นคนทำหรือเปล่า?"

 

 

"หมายถึงทำแผลที่หลังให้ฟุริน่ะเหรอ...เอ่อ...ครับ"

 

 

"ไม่ ใช่ ๆ เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง แต่ตอนนี้ฉันหมายถึงใครเป็นคนจับไหล่ฟุริฮาตะไปกระแทกกับอะไรซักอย่าง มากกว่า แต่ฉันคิดว่าน่าจะเป็นกำแพงที่ไหนซักที่นั่นแหละ" นิจิมูระจับคางอย่างครุ่นคิด

 

 

"ว่าไงนะครับ!!!"

 

 

คางามิร้องออกมาเสียงดัง ดูท่าจะตกใจไม่น้อย และตกใจไม่ต่างกับคุโรโกะเท่าไหร่เพียงแต่ว่าคุโรโกะดูจะนิ่งกว่าเท่านั้นเอง

 

 

ตอน แรกที่รู้ว่ามีแผลที่หลังพวกเขาก็ตกใจแล้วนะ แต่พอบอกว่ามีคนจับไปกระแทกกับกำแพงนี่ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะมันต้องเจ็บมากกว่าเดิมอยู่แล้ว

 

 

"ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ นิจิมูระซัง"

 

 

คุโรโกะกำฝ่ามือตัวเองแน่นโดยไม่รู้ตัว ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่อยากจะได้ยินได้ฟังอะไรมากไปกว่านี้แล้ว แต่ต้องถามเพื่อให้ได้รู้เอาไว้

 

 

"เพราะ ฟุริฮาตะโกหกยังไงล่ะ...หมอนั่นไม่มีทางตกต้นไม้ลงมาง่าย ๆ เพียงเพราะตัวเองปีนขึ้นไปช่วยลูกแมวลงมาจากที่สูงหรอก ตอนสมัยเด็ก ฉันชอบแอบเห็นเจ้านั่นปีนขึ้นไปเล่นกับแมวบนต้นไม้อยู่บ่อย ๆ และฟุริฮาตะก็ไม่ใช่คนซุ่มซ่าม พวกนายคิดว่าสิ่งที่ทำบ่อย ๆ แบบนั้นจนชินตั้งแต่เด็ก จะทำให้ฟุริฮาตะพลาดจนเผลอหล่นมาจากต้นไม้เองง่าย ๆแบบนั้นหรือยังไง แถมท่าทางโกหกก็ยังไม่เก่งเหมือนเคย..." ร่างสูงเรือนผมสีดำพูดสิ่งที่คิดออกมายาวเหยียด

 

 

เขาคงต้องขอบคุณนิสัยอ่านง่ายพวกนั้นด้วยล่ะมั้ง ท่าทางที่ไม่เคยโกหกใครได้เลย แต่นั่นก็ทำให้เขาดูออกได้โดยง่าย

 

 

"ต่อ มาก็เพราะ...นอกจากรอยแผลบวมแดงช้ำสองจุดที่หลังแล้ว ฉันยังเห็นว่าบริเวณหัวไหล่ยังมีรอยเหมือนกับถูกแรงบางอย่างบีบแน่นจนเป็น รอยแดงอีกด้วย"

 

 

พูด แล้วก็รู้สึกเดือดดาลแต่ต้องทนข่มมันเอาไว้ก่อน เพราะยังไม่รู้แน่ชัดว่าใครเป็นคนทำกันแน่ จะให้บุกไปหาอาคาชิทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีหลักฐานก็คงไม่ใช่เรื่องดีนักหรอก

 

 

"แล้วพวกนายคิดว่าใครทำ?" สรุปแล้วก็มาหยุดกันที่คำถามนี้จนได้...วกกลับมายังคำถามเดิมที่อยากจะรู้กันมากที่สุด..

 

 

"เริ่มจากคางามิแล้วกัน"

 

 

"เอ่อ...จริง ๆ แล้วก็คิดไม่ออกหรอก นอกจากอาคาชิน่ะ แต่เห็นหมอนั่นรักฟุริมาก คงไม่ทำแบบนั้นแน่....ล่ะมั้ง? หรือไม่ฟุริอาจเจอพวกนักเลงเล่นงานระหว่าทางมาหาพวกเราก็ได้..."

 

 

เอสทีมเซย์รินเกาหัว แม้แต่คำพูดของตัวเองยังไม่แน่ใจเลยด้วยซ้ำ

 

 

"ผมว่า...ผมมีสองความคิดเห็นครับ"

 

 

คนที่ฟังเงียบ ๆ มานาน จู่ ๆ ก็พูดขึ้นมา สีหน้านิ่งเรียบดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย ราวกับกำลังใช้ความคิด

 

 

"ว่ามา.."

 

 

"อย่าง แรกคือ...เป็นอย่างที่คางามิคุงบอกครับ อาคาชิคุงเขาอาจจะเกิดอาการช็อคกับการแข่งชันในวันนั้น แล้วพอฟุริฮาตะคุงไปหา ถึงได้เผลอตัวทำร้ายไปเพราะอารมณ์ที่สับสน แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคงไม่แน่ใจ เพราะอาคาชิคุงเขาเป็นคนมีสองบุคลิกครับ"

 

 

"เรื่อง นั้นนายเล่าให้ฟังแล้ว คนที่ฟุริฮาตะรู้จักก็คืออาคาชิคนที่แข่งด้วยกันครั้งสุดท้ายตั้งแต่เริ่ม เกมสินะ แต่ตอนเกือบจะจบเกมก็กลายเป็นอีกคน" คนที่มีดวงตาสีแดงทั้งสองข้างเป็นอาคาชิที่นิจิมูระรู้จัก และอาคาชิที่มีดวงตาสองสีเป็นอาคาชิอีกคนหนึ่ง

 

 </