[AkaFuri] The story of them (S. Furihata Kouji Part)

posted on 16 Sep 2015 12:18 by akaki-kouga in ShortFicKnB directory Fiction

 

Title :  The story of them (Special Furihata Kouji Part)

 


Pairing : Akashi x Furihata

 


Rate : PG

 


Sub : Au, รั่ว , โรแมนติก?

 

 

จำได้ว่ามีคนเคยขอตอนพิเศษของคุณพี่ชายมาค่ะ เพราะงั้นเราจึงต่อให้ตามคำขอ.... แต่งเอาไว้นานแล้วแต่ยังไม่เสร็จเพราะต้องปั่นเรื่องอื่นก่อนค่ะ ทีนี้ก็ได้ลงซักที

 


[AkaFuri] The story of them

 

 

 

                   

"โคคิ...ไม่ไหนมาถึงไม่บอกพี่น่ะห๊ะ!!"

 

                   

หลังกลับมาจากทัวน์โลกอดีตไม่ทันไร กลับมาถึงเปิดประตูบ้านมาก็เจอเข้าจนได้... ก็แค่โดนลากไปผจณภัยในโลกต่างมิติ...หรือก็คือโลกเก่าที่เขาเคยอยู่เมื่อชาติก่อนของเขานั่นแหละ ฟุริฮาตะกรอกตาไปมา ไม่กล้ามองพี่ชายตัวเองที่กำลังทำหน้ายักษ์อยู่ตรง ๆ

 

                   

"เอ๋...พี่พูดเรื่องอะไรเหรอครับ? ผมก็ไปโรงเรียนแล้วก็กลับบ้านตามปกตินี่นา" เด็กหนุ่มพูดแล้วเบือนสายตาลงพื้นตามนิสัยคนโกหกใครไม่เป็น รู้ว่าโกหกไม่เก่งก็ยังจะทำ...

 

                   

แบบนี้เรียกโกหกหน้าซื่อตาใสหรือเปล่า...

 

                   

"ปกติตรงไหนกัน!! สัมผัสพลังวิญญาณของนายมันหายไป มันปกติตรงไหน!! แล้วพอพี่ลองไปตรงที่ ๆ สัมผัสได้ว่าโคคิหายไปตรงนั้นก็ไม่อยู่แล้ว! เจ้าพวกนั้นสินะ...ต้องเป็นไอ้จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตาสองสีนั่นแน่ ๆ แล้วยังเจ้าแมวจืดจางนั่นอีกหนึ่งตัว...มันรวมหัวกันพาตัวน้องฉันไปใช่มั้ย!!"

 

                   

จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ของพี่นี่หมายถึงอาคาชิ?...แล้วยังแมวจืดจางอีก...อืม ช่างเปรียบเหลือเกิน...

 

                   

"พี่ใจเย็น ๆ นะ ใจเย็น ๆ ใจร่ม ๆ กินไอติมก่อนมั้ย?...สองคนนั้นเขาไม่ได้ทำอันตรายอะไรซักหน่อยก็แค่---" คนเป็นน้องพยายามเกลี้ยกล่อมเผื่อว่าจะหายโกรธลงได้สักนิด

 

                   

"ไม่ต้องไปเข้าข้างพวกมันเลยนะโคคิ! แล้วถ้าแอบฟังอยู่ก็โผล่หัวกันออกมาด้วย ฉันจะได้ฆ่ามันเรียงตัวเลย!!" ในยามนี้สงสัยคงจะห้ามชิวาว่าที่กลายร่างเป็นราชสีห์คลั่งไม่อยู่ซะแล้วสิ แม้แต่ฟุริฮาตะเองก็ด้วย

 

                   

พอได้ยินคำว่า 'แอบฟัง' เท่านั้น ฟุริฮาตะก็ยิ่งเหงื่อตกเข้าไปใหญ่ นี่บอกให้กลับไปแล้วนะ...จะตามมาอีกทำไมกันเล่า!! แล้วก็ไม่ต้องออกมาเลยด้วยนะ!

 

                   

แล้วก็โผล่กันออกมาจริง ๆ แถมยังอยู่กันครบทั้งหกคนอีก "พวกนายจะตามมาทำไมเนี่ย!!?" ดีนะไม่มีคางามิมาอีกคน...

 

                   

"ก็อยากเห็นบ้านฟุริจินนี่นา"

 

                   

คนตัวใหญ่และสูงที่สุดในชุดไปรเวทตามปกติของยุคสมัยนี้ดูแปลกตาอยู่หน่อย ๆ เพราะฟุริฮาตะก็ยังไม่เคยเห็น เงยหน้ามองบ้านหลังใหญ่โตมโหฬารข้างหน้าตน

 

                   

"ฉันโดนลากมาด้วยน่ะนาโนะดาโยะ" มิโดริมมะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสวมเสื้อทับอีกชั้นและกางเกงสีดำขายาวแปลกตาไปจากยูคาตะที่มักจะใส่เป็นประจำ

 

                   

"บ้านฟุริจจิใหญ่จังเลย!!"

 

                   

เสียงร่าเริงดังขึ้นข้างหลังคนตัวสูงที่สุดในกลุ่ม คิเสะสอดส่องมองบ้านหลังใหญ่ แต่ตัวเองกลับแอบอยู่ข้างหลังคนผมม่วงซะงั้น แต่ไม่ใช่แค่เขาหรอกที่หลบ คนที่หลบมันก็ทั้งหมดนั่นแหละ นอกจากอาคาชิจจิที่ยืนยิ้มหน้าระรื่นไม่กลัวใครอย่างของหายากแล้วน่ะ

 

                   

ไม่ว่าใครก็กลัวรังสีคลั่งของชิวาว่าคนพี่ซะหมด...ช่างต่างกับคนน้องจริง ๆ... เพราะคนน้องออกจะน่ารักน่าแกล้ง...

 

                   

"ฉันเริ่มหิวแล้วสิ...ฟุริ มีอะไรให้กินหรือเปล่า" นี่ก็ไม่รู้จักสถานการณ์...แม้แอบอยู่ข้างหลังคนผมม่วงเหมือนกันก็ตาม เด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำเงินลูบท้องตัวเองไปพลาง มองสิ่งรอบข้างไปพลางเหมือนจะหิวจัด

 

                   

"ม...มันก็มีอยู่หรอก..." ว่าแต่...นี่มันใช่เวลามาถามเรอะ!!

 

                   

"ถ้ามองหาคางามิคุงอยู่ล่ะก็...อยู่นี่ด้วยแล้วล่ะครับ" ฟุริฮาตะมองตามมือขาวของคุโรโกะที่ชี้ไปด้านหลัง

 

                   

อยู่ข้างหลังนี่เอง...สงสัยว่าคงจะโดนลากมาอีกคนเป็นแน่ แล้วคนถึงห้าคนทำไมถึงไปหลบอยู่หลังคน ๆ เดียวได้กันเนี่ย ถึงมุราซากิบาระจะตัวใหญ่ที่สุดก็เถอะ!!

 

                   

"สรุปก็โดนลากมาร่วมด้วยจนได้..." พึ่งเคยเห็นคางามิถอนหายใจเหมือนปลงก็ตอนนี้แหละ

 

                   

"สบายดีไหม โคคิ"

 

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ในร่างชายหนุ่มเรือนผมสีแดงปกติธรรมดาไม่มีหูหรือหางงอกออกมาเป็นส่วนเกินส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจไปให้ฟุริฮาตะหัวใจกระตุกเล่น

 

                   

นี่ก็ยิ้มอย่างเดียว...ไม่สนใจ...หรือจะเรียกว่าไม่สะทกสะท้านกับรังสีชิวาว่าตัวใหญ่ที่ขู่ฟ่อกลายร่างเป็นราชสีห์คลั่งอยู่เลยสักนิดดีนะ

 

                   

"อ...อื้ม"

 

                   

"นี่พวกนายทำเมินฉันเรอะห๊ะ! แล้วก็เลิกส่งสายตาหวานเยิ้มใส่น้องฉันซักทีได้มั้ยไอ้จิ้งจอกเจ้าเล่ห์!!!"

 

                   

ฟุริฮาตะคนพี่โวยลั่น เจ้าตัวหยิบมีดสำหรับไล่ปีศาจที่เจ้าตัวลงคาถาอย่างแรงขึ้นมาเตรียมปาใส่คนที่ยืนอยู่หน้าบ้านทั้งหมด  แต่กลับทำไม่สำเร็จเพราะมีคนห้ามอยู่ใกล้ ๆ

 

                   

ทั้งคนที่ไม่ใช่คน(?) และคนธรรมดาที่อยู่หน้าบ้านทั้งหมดถอยกรูดไปหลบกำแพงสองข้างทันควัน ยกเว้นเด็กหนุ่มผมแดงคนหนึ่งที่ยังกล้ายืนส่งยิ้มหวานให้ฟุริฮาตะคนน้องอยู่ได้เฉย ๆ อย่างไม่กลัวตายเท่าไหร่

 

                   

เขาบอกไปแล้วนี่...ว่าต้องทำให้ชินกับพวกเราเอาไว้น่ะ…แล้วอีกอย่างหนึ่ง...ตอนนี้ก็มีคนช่วยห้ามอยู่

 

                   

"พี่หยุดเลยนะ!! เก็บมีดอันตรายพวกนั้นไปด้วย มีดพวกนั้นไม่ใช่ของธรรมดา ๆ ซักหน่อย ถ้าพี่ทำอะไรพวกเขาแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ! ผมจะไม่ยุ่ง ไม่คุยกับพี่อีกเลย"

 

                   

ถึงจะไม่มีผลกับพวกมนุษย์ แต่ขืนปาไปโดนจุดอ่อนของพวกปีศาจเข้าล่ะก็ ตายสถานเดียวเลยนะนั่น...ถึงเขาจะไม่รู้ก็เถอะว่าจุดอ่อนของพวกปีศาจประเภทแมวกับประเภทหมา(จิ้งจอก)จะอยู่ตรงไหนก็เถอะ...

 

                   

"โคคิทำแบบนั้นไม่ได้นะ พี่ทำเพื่อปกป้องเรานะ!" คุณพี่หันไปหาน้องชายสุดที่รัก ส่ายหน้าปฏิเสธค้านความคิดน้องตัวเองสุดชีวิต

 

                   

"ถ้าพี่ทำร้ายพวกเขาก็เหมือนทำร้ายผมด้วยนั่นแหละ!!" คนน้องก็ไม่ยอมเหมือนกัน เรื่องอะไรจะให้เอาของอันตรายพวกนั้นไปทำร้ายเพื่อนของเขากันเล่า!!

 

                   

"ใช่แล้วครับ ถ้าพี่ชายทำร้ายพวกผม โคคิจะเสียใจนะครับ"

 

                   

"เซย์..."

 

                     

"ใครเป็นพี่ชายของแกห๊ะ! แล้วสนิทถึงขนาดเรียกชื่อกันแล้วเรอะ แกตายซะเถอะ!!"

 

                   

ฟิ้ว!!

 

                   

อาการผีเข้าร่างมาเยือน เมื่อมือไปไวกว่าคำพูดและความคิด ฟุริฮาตะ โคจิ สะบัดมือออกไปอย่างรวดเร็วตามทักษะของร่างกายปกติที่มักจะจัดการพวกปีศาจมาตลอด พอ ๆ กับที่มีดบินพุ่งออกไปอย่างเร็วและแรง เฉียดใบหน้าหล่อเหลาจนเป็นรอยแผลมีดบาดไปเสี้ยวหนึ่งจนเลือดออก

 

                   

ฟู่! ฟู่!

 

                   

เสียงเหมือนอะไรซักอย่างดังขึ้นและกลิ่นไหม้ลอยเข้าจมูกจนทุกคนต้องหันมอง ควันสีขาวลอยขึ้นมาจาง ๆ  ฟุริฮาตะหน้าซีดเผือด ถลาตัวเข้าไปดูอาการของคนที่ยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับแผลสดใหม่บนใบหน้าทันที

 

                   

หลบได้ง่าย ๆ แท้ ๆ แต่ก็ไม่ยอมหลบนะ/ครับ...

 

                   

"เซย์เป็นอะไรหรือเปล่า!!!?" เด็กหนุ่มยื่นมือไปจับใบหน้าของคนที่ยังยืนยิ้มอยู่ได้อย่างระวังที่สุด ยังดีที่มันไม่ลึกมากจนเกินไป แต่แบบนี้ทำเกินไปแล้ว...

 

                   

"ไม่เป็นไรหรอกโคคิ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ" เด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลน้ำตาคลอเบ้าจนอาคาชิต้องช่วยปาดน้ำตาให้อย่างเบามือ

 

                   

เล่นแรงเกินไปหน่อยหรือเปล่านะ....เขาคิด แต่โคคิถึงกับร้องไห้เพื่อเขาแค่นี้ก็ดีใจแล้ว

 

                   

"ก็ฉันกลัวนายจะเป็นอะไรไปนี่นา ดูสิเป็นแผลแบบนี้...เจ็บมากหรือเปล่า? เมื่อกี้ได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ ด้วยอ่ะ โดนมีดแบบนั้นเข้าไปคงจะเจ็บมากแน่ ๆ เลย นั่นไม่ใช่มีดธรรมดาหรอกนะ...ยังดีที่โดนแค่ถาก ๆ อ่ะ ฮือ ๆ"

 

                   

"แค่โคคิเป็นห่วงผมขนาดนี้ก็หายเจ็บแล้วล่ะ...ถึงขนาดร้องไห้เพื่อคนอย่างผมเลยเหรอ?" ถือโอกาสจับมือนุ่มนิ่มขึ้นมาจูบเบา ๆ แล้วส่งรอยยิ้มบางให้

 

                   

“ ‘คนอย่างผม’ อะไรของนายกันเล่า! เจ้าบ้า!”

 

                   

แม้โดนด่าว่า ‘บ้า’ ก็ยังจะยิ้ม...

 

                   

"..."

 

                   

เหล่าคนมุงหลังกำแพง มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างหาคำบรรยายไม่ถูก มันดูโรแมนติกเหลือเกิน ถ้าไม่มีแบล็คกราวด้านหลังเป็นพี่ชายของใครบางคนที่กำลังยืนช็อค แต่ที่แปลกกว่าคือ...พวกเขาไม่ค่อยจะเห็นด้านนี้ของอาคาชิซักเท่าไหร่เนี่ยสิ

 

                   

ปกติเอาแต่ออกคำสั่ง...

 

                   

หรือไม่ก็ชอบทำหน้าเป็นยักษ์เป็นมารเสียมากกว่า…

 

                   

เด็กหนุ่มผมแดงจูบ